
‘สยามแก๊ส’ บุกจีนตอนเหนือ
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) ได้นำคณะนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) ได้นำคณะนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ และสื่อมวลชน เยี่ยมชมคลังเก็บก๊าซใต้ดินและท่าเรือรับก๊าซของบริษัท สยาม โอเชี่ยน แก๊ส เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย พร้อมให้ข้อมูลทางธุรกิจ ในฐานะผู้นำตลาดก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตอนใต้
บริษัท สยาม โอเชี่ยน แก๊ส มีคลังเก็บก๊าซ 2 แห่ง ในเมืองซัวเถา และเมืองจูไห่ รวมจำนวน 3 แสนตัน และมีแผนขยายตลาดจีนตอนเหนือ ผ่านการขนส่งทางรถไฟ
ปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดในจีนตอนใต้ โดยเป็นผู้นำเข้าก๊าซแอลพีจี ติดอันดับหนึ่งในสามในจีน และมีคลังเก็บก๊าซใต้ดินขนาดใหญ่สองแห่งในจีน อยู่ที่เมืองซัวเถาและเมืองจูไห่
SGP ยังมีแผนขยายตลาดจีนตอนเหนือ โดย ศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า แผนการบุกตลาดจีนตอนเหนือจะเป็นลักษณะการขยายตลาด ในรูปแบบการขนส่งก๊าซแอลพีจี ช่องทางขนส่งรูปแบบใหม่เข้าไปขายจีนตอนเหนือ
“ปี 2561 เตรียมขยายตลาดเข้าสู่ประเทศจีนตอนเหนือมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก”
ขณะที่ตั้งเป้าหมายปริมาณขายก๊าซแอลพีจี ในจีนเป็นระดับ 1.5 ล้านตัน เทียบกับปี 2560 อยู่ที่ระดับ 1.3 ล้านตันนอกจากนี้มีแผนเพิ่มยอดขายก๊าซแอลพีจี ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน เช่น บังกลาเทศ เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ที่มีประชากรจำนวนมากและยังมีความต้องการใช้ก๊าซแอลพีจีสูง
สำหรับประเทศไทยปริมาณความต้องการใช้แอลพีจี มีแนวโน้มทรงตัว
ไม่เพียงเท่านี้ SGP อยู่ระหว่างศึกษาตลาดและความเป็นไปได้ในการขายก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะได้ประโยชน์ในเรื่องของการเพิ่มสินค้าและกลุ่มลูกค้าของบริษัท
โดยช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา SGP และบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเป็นผู้จัดหาและจัดส่งก๊าซแอลเอ็นจี เพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าในประเทศไทย ตามแผนสำรองพลังงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ศุภชัย กล่าวว่า โครงการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวดังกล่าว ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์สำหรับประเทศ ในการสำรองการผลิตไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ SGP ในฐานะผู้ประกอบการนำเข้าก๊าซรายใหญ่ในเอเชีย และ กฟผ.อินเตอร์ฯ มั่นใจว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งก๊าซแอลเอ็นจี ให้กับโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน
ผลการดำเนินงานปี 2560 SGP และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 5.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.3% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,811.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.3% จากปีก่อน
สาเหตุที่รายได้และกำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่จัดตั้งบริษัท สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจจำหน่ายก๊าซแอลพีจี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้นและราคาก๊าซแอลพีจี ในตลาดโลก (CP Saudi Aramco) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนในงวดเดียวกัน โดยราคาในตลาดโลกปี 2560 เฉลี่ยประมาณ 484.58 ดอลลาร์/เมตริกตัน เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 339.58 ดอลลาร์/เมตริกตัน
แผนการดำเนินงานปี 2561 ตั้งเป้ารายได้ 6.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ในปีนี้ที่ระดับ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามราคาก๊าซแอลพีจี ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 580 ดอลลาร์/เมตริกตัน และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งงบลงทุนในปีนี้กว่า 2,000 ล้านบาท รองรับแผนลงทุนใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่ผู้นำด้านพลังงานครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย ภายในปี 2565
พร้อมกันนี้วางเป้าหมายยอดขายก๊าซแอลพีจี ปี 2561 เติบโต 6-7% หรือประมาณ 3.4 ล้านตัน เทียบปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 3.2 ล้านตัน
สำหรับแผนการลงทุนปี 2561 ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจ ซึ่งบริษัทมองหาลู่ทางการลงทุนใหม่ๆ ต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับธุรกิจ ทั้งในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าหรือธุรกิจแอลเอ็นจี ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.9 เท่า หากต้องการขอวงเงินสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงินก็สามารถดำเนินการได้ทันที
ทั้งหมดคืออาณาจักรสยามแก๊ส ที่มีเป้าหมายสยายปีกต่างประเทศอีกมาก







