posttoday
พรรคนาซีผู้ริเริ่มการแข่งขันด้านอวกาศ

พรรคนาซีผู้ริเริ่มการแข่งขันด้านอวกาศ

11 มีนาคม 2561

บนหลังคาโรงประกอบจรวดในเมืองปีเนอมึนเดอ ซึ่งเป็นเมืองริมทะเลบอลติกของประเทศเยอรมนี แวเนอร์ ฟอน บรอว์น

โดย 0000000

บนหลังคาโรงประกอบจรวดในเมืองปีเนอมึนเดอ ซึ่งเป็นเมืองริมทะเลบอลติกของประเทศเยอรมนี แวเนอร์ ฟอน บรอว์น กำลังรอคอยด้วยใจจดจ่อ ขณะนั้นเวลาราว 4 โมงเย็นของวันเสาร์แรกของเดือน ต.ค. 1942 ฟอน บรอว์น ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการจรวดของพรรคนาซีกำลังมองผ่านกล้องส่องทางไกลไปยังแท่นปล่อยจรวด ซึ่งมีจรวดสูง 14 เมตร ตั้งตระหง่านพร้อมทะยานออกจากพื้น

จรวดสีขาวสลับดำ วี-2 (V-2) นับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความทะเยอทะยานของ ฟอน บรอว์น ในการพิชิตอวกาศ แต่ประสบการณ์กว่า 10 ปี ในวงการนี้สอนให้เขารู้ว่าไม่มีจรวดใดสมบูรณ์แบบจนกว่ามันจะถูกปล่อย การปล่อยจรวด วี-2 ก่อนหน้านี้ปิดฉากลงด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นหลังปล่อยไม่นาน

ฟอน บรอว์น ฟังการนับถอยหลังด้วยใจเต้นระรัว และแล้วช่วงเวลานั้นก็มาถึง เปลวไฟลูกใหญ่พวยพุ่งออกจากส่วนท้ายของจรวด ซึ่งค่อยๆ ยกตัวขึ้นช้าๆ ในตอนแรก และเร่งความเร็วจนถึงระดับที่น่าพอใจ

ขณะที่เสียงดังกึกก้องไปทั่วฐานปล่อยจรวด จรวดวี-2 เริ่มเอียงหลังจากขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ 4 วินาที และเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งเหนือทะเลบอลติก เมื่อผ่านไป 25 วินาที จรวดก็ทำความเร็วเหนือเสียงจนกลายเป็นจุดสว่างเล็กๆ และหายลับขอบฟ้าไป

“หยุดการจ่ายพลังงาน” คำพูดนี้ดังขึ้นผ่านลำโพงหลังปล่อย 1 นาที ต่อมาเครื่องยนต์ก็หยุดทำงาน ผู้คนส่งเสียงไชโยโห่ร้อง ทั้ง ฟอน บรอว์น และคณะต่างพอใจกับผลงาน แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าภารกิจจะสำเร็จลุล่วงหรือไม่

ตามแผนแล้ว จรวด วี-2 จะทำความสูงได้ราว 85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเขตแดนของอวกาศและควรจะร่อนกลับลงมาด้วยความเร็วประมาณ 5,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือ 4.5 เท่าของความเร็วเสียง

5 นาทีสุดระทึกหลังการปล่อยจรวดผ่านไป ฟอน บรอว์น ก็ได้รับชัยชนะ สัญญาณจากจรวดถูกตัดโดยทันที ซึ่งบ่งบอกว่าจรวดได้ลงจอดในทะเลบอลติกหลังเดินทางได้ 190 กิโลเมตร ตามแผน ความสำเร็จนี้ช่วยเปิดความเป็นไปได้ใหม่ในวงการอากาศยาน

ฮิตเลอร์ปลาบปลื้มกับผลงาน

เป็นครั้งแรกที่สิ่งประดิษฐ์จากฝีมือมนุษย์ได้เข้าไปสัมผัสเขตแดนอวกาศและถือเป็นนวัตกรรมยกชุด ในขณะนั้นจรวดใช้เชื้อเพลิงแข็ง ซึ่งหนักและประสิทธิภาพต่ำ แต่จรวดวี-2 ใช้ออกซิเจนเหลวกับแอลกอฮอล์ ทำให้ได้อุณหภูมิการเผาไหม้เหมาะสมและให้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จรวดจึงมีค่าแรงยกต่อน้ำหนักเชื้อเพลิงสูงขึ้นและได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง จรวดลำนี้เป็นจรวดลำแรกที่เดินทางด้วยความเร็วเหนือเสียงและเดินทางไปได้มากกว่า 320 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าขีปนาวุธใดๆ

ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้ คือชัยชนะของ ฟอน บรอว์น วัย 31 ปี หัวหน้าผู้พัฒนาโครงการ ซึ่งลงมือทดลองด้านจรวดมาตั้งแต่ยังหนุ่ม โดยตั้งเป้าว่าจะเสาะหาหนทางใหม่ๆ ในการส่งมนุษย์ออกสู่อวกาศ เดินทางไปดวงจันทร์ หรือแม้กระทั่งไปเยือนดาวอังคาร

อย่างไรก็ตาม พรรคนาซีกลับเห็นจรวดปฏิวัติวงการนี้เป็นเพียงแค่อาวุธชนิดพิเศษที่จะใช้ข่มขวัญกองทัพอังกฤษ และทำให้อาณาจักรไรซ์ที่ 3 ชนะสงคราม ตัวอักษร “วี” จากจรวดวี-2 ย่อมาจาก “Vergeltungswaffe” หรืออาวุธแห่งการแก้แค้น เพราะจรวดนี้มีเป้าหมายเพื่อเอาคืนกองกำลังสัมพันธมิตร

เพียง 1 เดือนหลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ แม้ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำสูงสุดของเยอรมนีจะยังไม่มั่นใจกับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ แต่เขากลับอนุมัติแผนการผลิตจรวดวี-2 เป็นจำนวนมาก โดยได้ตั้งโครงการแพงลิบลิ่วนี้เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ และหวังว่าจรวดนี้จะช่วยทำให้พรรคนาซีเอาชนะสงครามโลกอันยาวนานนี้เสียที ด้วยความชื่นชมในตัว ฟอน บรอว์น เป็นพิเศษ ฮิตเลอร์ยืนยันที่จะมาพบหัวหน้าโครงการนี้ด้วยตนเอง “ศาสตราจารย์ ผมขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของคุณ” ฮิตเลอร์ กล่าว พร้อมเขย่ามือกับชายร่างสูง ผมบลอนด์ ผู้มีดวงตาสีฟ้าอันแหลมคม

การโจมตีหนักหน่วงชะลอแผนของนาซี

แม้แต่คำชื่นชมจากฮิตเลอร์ก็ไม่อาจทำให้ ฟอน บรอว์น สร้างปาฏิหาริย์ในโครงการอาวุธของเขาได้

จรวดยังอยู่ในขั้นทดลอง เกิดปัญหาตั้งแต่ระยะแรกของโครงการและมีความขัดข้องเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะส่วนเครื่องยนต์ที่ประสบปัญหาการควบคุมแรงขับดันจากเชื้อเพลิงเหลว รวมทั้งปัญหาด้านอากาศพลศาสตร์ในช่วงบินความเร็วเหนือเสียงในเดือน ต.ค. หลังการทดสอบที่ประสบความสำเร็จ จรวดล้มเหลวในการทดสอบถึง 5 ครั้งติดต่อกัน

“เราใช้เวลา 6 เดือน สร้างจรวดขึ้นมา แต่ใช้เวลาเพียงครึ่งวินาทีในการทำลายมัน” ฟอน บรอว์น กล่าวอย่างท้อแท้ กระทั่งเดือน เม.ย. 1943 เขาและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานปล่อยจรวดที่เดินทางได้ไกลถึง 270 กิโลเมตร ได้สำเร็จ ทว่ามันเบนออกจากเส้นทางไปไกลถึง 38 กิโลเมตร ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังเผชิญกับปัญหาด้านอื่นอีก

กองทัพอังกฤษทราบข่าวการผลิตอาวุธในเมืองปีเนอมึนเดอ และในคืนก่อนวันที่ 18 ส.ค. 1943 เครื่องบินรบบรรจุอาวุธเต็มอัตราก็เข้าทิ้งระเบิดฐานทัพอย่างหนักหน่วง

เป้าหมายคือการกำจัดผู้อยู่เบื้องหลังอาวุธชิ้นใหม่นี้ แต่กองทัพอังกฤษก็ไม่อาจโค่น ฟอน บรอว์น ลงได้ วิศวกร 2 คน และแรงงานทาส 735 คน เสียชีวิต และการทิ้งระเบิดก็ทำให้การผลิตจรวดของฝ่ายเยอรมนีหยุดชะงัก พรรคนาซีตระหนักแล้วว่าฐานทัพในปีเนอมึนเดอถูกโจมตีได้ง่ายเกินไป ผู้นำพรรคนาซีจึงย้ายกระบวนการผลิตจรวดทั้งหมดไปยังฐานทัพลับใต้ดินใกล้เมืองนอร์ดเฮาเซนในเขตการปกครองฮารซ์ อุโมงค์ซึ่งเคยทำเหมืองมาหลายปีถูกแปลงเป็นโรงประกอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ในชื่อมิตเตลแวกค์และผลิตขีปนาวุธชิ้นใหม่ออกมามากถึง 900 ชิ้น/เดือน

แรงงานทาสจากค่ายกักกันโดรามิตเตลบาวถูกคุมเข้มให้ทำงานหนักในเหมืองใต้ดินที่เย็นและชื้นเพื่อสร้างโรงประกอบให้เสร็จ อุโมงค์ก้องสะท้อนไปด้วยเสียงของค้อนลมและเสียงกรีดร้องของนักโทษที่ถูกโบยตีอยู่ตลอดเวล าเพราะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ สถานที่นี้ไม่ต่างอะไรจากนรกบนดิน ทุกวันจะมีร่างนักโทษราว 100 ชีวิต ถูกส่งไปที่เมรุเผา นักโทษเหล่านี้เสียชีวิตเพราะความเหนื่อยล้าหรือถูกสังหารโดยไม่ชอบธรรม จากข้อเท็จจริงอันชวนขนลุกนี้ กองทัพเยอรมนีเริ่มขนย้ายขีปนาวุธวี-2 ออกจากเหมืองในช่วงขึ้นปีใหม่ของปี 1944

ในเวลาเดียวกัน ฟอน บรอว์น และคณะได้แก้ไขข้อผิดพลาดร้ายแรงและการปล่อยไอเสียของจรวดได้สำเร็จ เครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาและติดตั้งระบบควบคุมแบบใหม่ รวมไปถึงปรับปรุงปัญหาด้านอากาศพลศาสตร์ช่วงความเร็วเหนือเสียง ในที่สุดอาวุธชิ้นนี้ก็ร้อมเข้าสู่สงคราม

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด อาร์เซน่อล พบ ฟูแล่ม พรีเมียร์ลีก วันนี้ 2 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด อาร์เซน่อล พบ ฟูแล่ม พรีเมียร์ลีก วันนี้ 2 พ.ค.69