
‘ทรัมป์’พบ‘คิมจองอึน’พ.ค.นี้
ผู้นำสหรัฐเดิมพันนโยบายต่างประเทศครั้งใหญ่ ตอบรับคำเชิญพบผู้นำเกาหลีเหนือ กูรูหวั่นโสมแค่ซื้อเวลา
ผู้นำสหรัฐเดิมพันนโยบายต่างประเทศครั้งใหญ่ ตอบรับคำเชิญพบผู้นำเกาหลีเหนือ กูรูหวั่นโสมแค่ซื้อเวลา
ชองอึยยัง หัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีใต้ แถลงที่ทำเนียบขาวภายหลังเข้าพบประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ ของสหรัฐ ว่า ทรัมป์เตรียมจะพบปะกับประธานาธิบดี คิมจองอึน ของเกาหลีเหนือ ตามคำเชิญของคิมในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของผู้นำสหรัฐ และอาจเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ของการแก้ปัญหานิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี หลังจากที่เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะยุติการครอบครองนิวเคลียร์ รวมถึงจะระงับการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ด้วย
ถ้อยแถลงของชอง ซึ่งเข้าพบทรัมป์เพื่อสรุปรายงานที่คณะผู้แทนเกาหลีใต้เดินทางเยือนเกาหลีเหนือเมื่อต้นสัปดาห์นี้ สอดคล้องกับที่ผู้นำสหรัฐยืนยันผ่านทวิตเตอร์ในเวลาต่อมา ขณะที่แหล่งข่าวเกาหลีใต้อีกรายระบุว่า ทรัมป์ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใดๆ ในการเตรียมพบกันครั้งนี้ซึ่งจะมีการระบุวันเวลาและสถานที่ที่ชัดเจนอีกครั้งในภายหลัง แต่เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นบริเวณพื้นที่เขตปลอดทหาร (DMZ)
บลูมเบิร์กระบุว่า การพบกันครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเป็นการเดิมพันนโยบายต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดทรัมป์ และการตอบรับคำเชิญของผู้นำเกาหลีเหนือยังเป็นการแหกธรรมเนียมทางการทูตดั้งเดิมของสหรัฐตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
แดเนียล รัสเซล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า คำเชิญของเกาหลีเหนือไม่ใช่เรื่องแปลกที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่สิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นก็คือการตอบรับคำเชิญ
“การตอบรับคำเชิญเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะนี่คือการพบกับบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจอย่างแท้จริง แทนที่จะเลือกทำตามกระบวนการเจรจาอันยาวนานเหมือนที่ผ่านๆ มา” รัสเซล กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายระบุว่า การเดิมพันของทรัมป์ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงสูง เพราะไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเกาหลีเหนือจะยอมทิ้งการครอบครองนิวเคลียร์จริง แม้ว่าจะเผชิญการคว่ำบาตรอย่างหนักของนานาชาติก็ตาม
เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การพบปะหารือกับเกาหลีเหนือนั้นอาจเป็นไปได้ แต่การเจรจาปลอดนิวเคลียร์นั้นยังเป็นกระบวนการอีกยาวไกล ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและผู้เชี่ยวชาญบางราย กังวลว่า เกาหลีเหนืออาจเพียงแค่ต้องการซื้อเวลาเท่านั้น
ประธานาธิบดี มุนแจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวว่า การพบกันของทรัมป์และคิมจะช่วยปูทางไปสู่การปลอดนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี เช่นเดียวกับที่กระทรวงต่างประเทศของจีน แถลงแสดงความยินดีกับข่าวดังกล่าว ขณะที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น กล่าวว่า จะเดินทางเยือนสหรัฐในเดือนหน้าเพื่อหารือกับทรัมป์ในเรื่องนี้







