
รัฐส่งสัญญาณตรึงค่าไฟทั้งปี
กกพ.ส่งสัญญาณตรึงค่าเอฟทีตลอดปี แม้แนวโน้มขาขึ้น เล็งควักเงินสะสมดูแลต่อเนื่อง หวังดูแลค่าครองชีพประชาชน
กกพ.ส่งสัญญาณตรึงค่าเอฟทีตลอดปี แม้แนวโน้มขาขึ้น เล็งควักเงินสะสมดูแลต่อเนื่อง หวังดูแลค่าครองชีพประชาชน
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยถึงแนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ว่า ในเบื้องต้น กกพ.มีแผนตรึงค่าเอฟทีไว้ที่ -15.90 สตางค์ (สต.)/หน่วย ตลอดทั้งปี เพื่อช่วยบรรเทาภาระประชาชน แม้ค่าเอฟทีมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นทุกงวดก็ตาม โดยจะใช้วิธีแบ่งเงินสะสมจากราคาส่วนต่างค่าไฟฟ้ามาดูแลต่อเนื่อง และยังมีวงเงินเหลือสามารถดูแลค่าเอฟทีงวดปี 2562 ได้ด้วย
สำหรับที่ค่าเอฟทีประจำงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2561 ที่ประชุม กกพ.มีมติให้ตรึงไว้ที่ -15.90 สต./หน่วย โดยใช้เงินสะสมจากราคาส่วนต่างค่าไฟฟ้า 5,291 ล้านบาท จากปัจจุบันมีวงเงินอยู่ 1.18 หมื่นล้านบาท มาดูแลอัตราค่าไฟฟ้าไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันมีปัจจัยบวกจากเงินบาทที่แข็งค่าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 32.05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำต้นทุนถูก ทำให้สามารถรักษาค่าเอฟทีให้คงที่ได้ แม้ราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ หาก กกพ.ไม่นำเงินสะสมดังกล่าวมาอุดหนุนค่าเอฟทีงวดนี้ ค่าไฟฟ้าจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีก 8.61 สต./หน่วย จนเป็นภาระต่อประชาชนได้ โดยผลจากการตรึงเอฟทีไว้ที่ -15.90 สต./หน่วย เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐาน 3.76 บาท/หน่วย จะทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟงวดใหม่เท่าเดิมคือ 3.5966 บาท/หน่วย โดยเป็นอัตราที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ค่าเอฟทีงวดถัดไปคือ เดือน ก.ย.-ธ.ค. 2561 แนวโน้มค่าเอฟทีจะปรับขึ้นอีกจากราคาเชื้อเพลิงที่เป็นตัวแปรสำคัญ โดยราคาก๊าซมีเพิ่มขึ้น 6.40 บาท/ล้านบีทียู น้ำมันเพิ่มขึ้น 5.63 บาท/ลิตร และต้นทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น 1.71 บาท/หน่วย โดยค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในส่วนแอดเดอร์และฟีดอินทารีฟในเดือน พ.ค.-ส.ค. 2561 อยู่ที่ 1.45 หมื่นล้านบาท







