posttoday
ศก.ฟื้นคนแห่กู้เพิ่ม

ศก.ฟื้นคนแห่กู้เพิ่ม

10 มีนาคม 2561

ครัวเรือนกู้ใช้จ่ายเพิ่ม แต่ความสามารถชำระหนี้ดีขึ้นหลังปรับค่าจ้าง ขณะที่หนี้เสียลดลง

ครัวเรือนกู้ใช้จ่ายเพิ่ม แต่ความสามารถชำระหนี้ดีขึ้นหลังปรับค่าจ้าง ขณะที่หนี้เสียลดลง

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ข้อมูลหนี้ครัวเรือนล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่ามีอัตราการเพิ่มที่ชะลอลงและความสามารถในการชำระหนี้ดีขึ้น โดย ณ ไตรมาส 3 ปี 2560 หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่าเท่ากับ 11.76 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% ชะลอลงจากที่ขยายตัว 4.2% ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วน 78.3% ต่อจีดีพี

สำหรับไตรมาส 4/2560 หนี้ครัวเรือนยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนจากยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 5.6% ในไตรมาส 3/2560 เป็น 6.1% ในไตรมาส 4/2560 ส่วนสินเชื่อเพื่อซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น 8.4% สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง หลังสิ้นสุดระยะเวลา 5 ปี ในการถือครองรถยนต์ตามมาตรการรถยนต์คันแรก

ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่อสินเชื่อรวม พบว่าลดลงจาก 2.74% ในไตรมาส 3/2560 เป็น 2.68% ในไตรมาส 4 โดยลดลงในสินเชื่อเกือบทุกกลุ่ม

เช่นเดียวกับการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปของสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับในไตรมาส 4/2560 วงเงินอยู่ที่ 8,837 ล้านบาท ลดลง 16.3% ต่อเนื่องจากไตรมาส 2 และ 3 ที่ลดลง 15.5% และ 21.1% ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.5% ของสินเชื่อส่วนบุคคลคงค้าง ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตที่ค้างชำระเกิน 3 เดือน มีมูลค่า 7,558 ล้านบาท ลดลง 27.2% มีสัดส่วนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 1.9% ของยอดสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้าง

เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า การลดลงของหนี้ครัวเรือนนั้นมาจาก 2 ส่วน คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ รวมทั้งรัฐบาลมีมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน เช่น มาตรการปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อดูแลการก่อหนี้ของภาคครัวเรือนให้เหมาะสมและจัดโครงการแก้ปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน (คลินิกแก้หนี้) เพื่อให้การช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถหาข้อยุติกับเจ้าหนี้ตามความสามารถทางการเงิน ซึ่งจากการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31 ธ.ค. 2560 มีประชาชนติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการทั้งสิ้น 5.54 หมื่นราย

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการแก้หนี้นอกระบบผ่านโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินของธนาคารของรัฐนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560-31 ม.ค. 2561 โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้อนุมัติสินเชื่อแล้ว 223,830 ราย เป็นเงิน 9,915.6 ล้านบาท รวมทั้งดำเนินคดีอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ทำผิดกฎหมายรวม 2,061 ราย

“สำหรับแนวโน้มปี 2561 คาดว่าการกู้ยืมของภาคครัวเรือนจะสูง ซึ่งเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2560 ที่สินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้นมาก ประกอบกับความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่ดีขึ้นจะทำให้ความต้องการใช้จ่ายปรับตัวขึ้น แต่สัดส่วนของหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีจะไม่สูงขึ้นมาก เนื่องจากเศรษฐกิจจะขยายตัว ขณะที่รายได้ของประชาชนสูงขึ้นตามแนวโน้มค่าจ้าง ที่คาดว่าจะเพิ่มเฉลี่ย 4% ประเด็นของภาคครัวเรือนปีนี้น่าจะอยู่ที่เรื่องทางสังคม สุขภาพ คุณภาพชีวิต มากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ” นายปรเมธี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่