posttoday
บทเรียนต้องจำ

บทเรียนต้องจำ

06 มีนาคม 2561

มหากาพย์ "คดีค่าโง่คลองด่าน" ยังไม่สิ้นสุด แม้ว่าศาลปกครองกลางสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชดใช้ค่าเสียหายโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ จำนวน 9,000 ล้านบาท ทำให้ยังรัฐมีความหวังที่จะรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ไม่ต้องนำเงินภาษีประชาชนไปจ่ายค่าเสียหายให้กลุ่มบริษัทเอกชนที่ส่อทุจริต

มหากาพย์ "คดีค่าโง่คลองด่าน" ยังไม่สิ้นสุด แม้ว่าศาลปกครองกลางสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชดใช้ค่าเสียหายโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ จำนวน 9,000 ล้านบาท ทำให้ยังรัฐมีความหวังที่จะรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ไม่ต้องนำเงินภาษีประชาชนไปจ่ายค่าเสียหายให้กลุ่มบริษัทเอกชนที่ส่อทุจริต

คดีดังกล่าวยืดเยื้อมานับสิบปี มีการต่อสู้ทางข้อกฎหมายหลายแง่มุม ซับซ้อน และฟ้องศาลกันหลายคดี ต้นเรื่องมาจากทางคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำวินิจฉัยให้รัฐจ่ายค่าเสียหายให้แก่กลุ่มบริษัทเอกชน หรือกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ที่เป็นผู้รับเหมาโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และมีการยื่นฟ้องต่อศาล ต่อมาศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำพิพากษาตรงกันให้รัฐชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาเป็นเงิน 9,600 ล้านบาท ยืนตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ

กระทรวงการคลังได้จ่ายค่าเสียหายไปแล้วบางส่วน และต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งศาลยุติธรรมที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีอาญา ได้มีคำพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้กระทำทุจริต รัฐบาลปัจจุบันได้มีมติให้กระทรวงการคลังไปหาทางรื้อฟื้นคดีเพื่อให้รัฐไม่ต้องจ่ายเงินค่าโง่ให้แก่กลุ่มบริษัทที่ชนะคดีในศาลปกครองสูงสุด จนมาสู่การชนะยกแรก

ศาลปกครองกลางให้เหตุผลในการเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า การลงนามสัญญาโครงการของอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษครั้งนั้น ไม่มีผลผูกพันกรมควบคุมมลพิษ จึงมีผลให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ ตามมาตรา 40 วรรค 3 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ เนื่องจากการบังคับตามคำชี้ขาด ดังกล่าวเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ตามขั้นตอนยังต้องรอดูว่ากลุ่มบริษัทเอกชนจะอุทธรณ์ต่อศาล ปกครองกลางภายใน 30 วันหรือไม่ แต่ถ้าไม่อุทธรณ์ก็ยังมีคดีอื่นที่ยังค้างคาอยู่ในหลายคดีและหลายศาล โดยขณะนี้กรมควบคุมมลพิษได้จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายไปแล้ว 2 งวด งวดแรก 3,000 กว่าล้านบาท งวดที่ 2 จำนวน 2,000 กว่าล้านบาท หากที่สุดแล้วกรมควบคุมมลพิษชนะคดีจากศาลปกครองสูงสุดต้องเรียกเงินที่จ่ายไปทั้งหมดกลับคืนสู่รัฐ

ทั้งหมดแม้การพิพากษายังไม่ถึงที่สุด แต่การดำเนินโครงการขนาดใหญ่มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาทนี้ และยังมีคดีอาญาเกี่ยวเนื่องที่ศาลนัดฟังฎีกาคดีฉ้อโกงที่ดินบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ที่กรมควบคุมมลพิษยื่นฟ้องนายวัฒนา อัศวเหม และกลุ่มเอกชนอยู่ ถือเป็นบทเรียนสำคัญของภาครัฐในการดำเนินโครงการที่ต้องโปร่งใส รอบคอบ

ในอดีตเรามีโครงการค่าโง่หลายโครงการ เช่น โครงการทุจริตรถเรือดับเพลิงของ กทม. มูลค่า 6,687 ล้านบาท คดีนี้ศาลฎีกานักการเมือง จำคุกนายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย 12 ปี ฐานเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชน ยังมีโครงการโฮปเวลล์ โครงการเรือขุดเอลิคอตต์ และอีกหลายโครงการที่รัฐเกิดความเสียหายเพราะจ่ายเงินไปแล้ว แต่โครงการไม่เกิด แถมยังเอาผิดผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ ดังนั้นอย่าให้บทเรียนครั้งนี้ต้องสูญเปล่า รัฐจะต้องเอามาเป็นแนวทาง สะสางให้เกิดความถูกต้อง จัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตเพื่อรักษา ผลประโยชน์ชาติ เพราะในอนาคตยังมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่อีกมาก สิ่งสำคัญการเปิดเผยข้อมูลต้องโปร่งใส เพื่อให้ประชาชน สื่อมวลชน เป็นหูเป็นตาให้กับรัฐบาล n

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่