posttoday
ปรับโครงสร้างประเทศไทย เพิ่มความสามารถแข่งขัน

ปรับโครงสร้างประเทศไทย เพิ่มความสามารถแข่งขัน

07 มีนาคม 2561

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นภูมิภาคที่เติบโตแรงที่สุด ซึ่งหากมองการเติบโตของประเทศรอบๆ บ้านของไทย ก็จะเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่เมื่อกลับมาดูที่ประเทศไทยแล้วกลับพบว่าช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจเติบโตช้ากว่า

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นภูมิภาคที่เติบโตแรงที่สุด ซึ่งหากมองการเติบโตของประเทศรอบๆ บ้านของไทย ก็จะเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่เมื่อกลับมาดูที่ประเทศไทยแล้วกลับพบว่าช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจเติบโตช้ากว่า

กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใน 4 ปีที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยเติบโต 2-3% มาโดยตลอด ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเติบโต 5-6% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะส่งออกที่เคยโตในระดับ 20% ในอดีตกลับโตน้อยมาก 5 ปีที่ผ่านมา

เมื่อดูขีดความสามารถแข่งขันของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่าขณะที่ขีดความสามารถประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นแต่ไทยกลับลดลง เป็นที่มาให้ไทยต้องก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ไทยจะไม่ดึงดูดนักลงทุนแล้ว

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงต้องทำผ่าน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เปลี่ยนไปสู่โครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ เช่น ลงทุนมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ ลงทุนรถไฟทางคู่ศึกษาการลงทุนรถไฟความเร็วสูง ขยายสนามบิน เชื่อมต่อสนามบินหลัก ลงทุนรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ เป็นต้น 2.เปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมมากขึ้น 3.เปลี่ยนให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่มากขึ้น และพัฒนาบุคลากรเพื่อพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลง และ 4.การปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ทันสมัย

"การเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้รัฐบาลเรียกว่าไทยแลนด์ 4.0 ในที่นี้หมายถึงประเทศไทยแบบใหม่ เปรียบให้เห็นภาพชัดขึ้นก็เหมือนไอโฟนที่มีไอโฟนเอ็กซ์เป็นรุ่นใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ทำจะทำให้เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วใน 10 ปีจากนี้" กอบศักดิ์ กล่าว

อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามา แต่สิ่งที่ไทยยังขาดคือเรื่องการปรับปรุงโครงสร้าง พื้นฐานด้านกฎเกณฑ์ กฎระเบียบ ซึ่งควรผ่อนคลายข้อจำกัดที่มีอยู่เพื่อให้ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับปีนี้ยังมองเศรษฐกิจไทยเติบโต 4% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะยังไม่ปรับขึ้นปีนี้ แม้สหรัฐจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 4 ครั้ง เพราะไทยต้องรอเงินเฟ้อกลับมาก่อน แม้ปีนี้เงินเฟ้ออาจเข้ากรอบล่างที่ 1% ได้ แต่ก็ยังมีปัญหาเศรษฐกิจขาดการกระจายตัว เติบโตแบบไม่ทั่วถึง คงต้องรอเห็นภาพการเติบโตชัดเจนก่อน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไตรมาสแรกปีหน้า

"อยากฝากถึงนักลงทุนว่าหากต้องการระดมทุนควรเร่งระดมทุนช่วงครึ่งปีแรกก่อน อย่ารอดูดอกเบี้ยนโยบายไทยอย่างเดียว แม้ยังไม่ปรับขึ้นปีนี้ แต่ถ้าสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 4 ครั้ง ก็อาจทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยในตลาดเงินปรับขึ้น" อมรเทพ กล่าว

ขณะที่ประเด็นสหรัฐเพิ่มกำแพงทางการค้าผ่านภาษีเหล็ก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสงครามการค้ามากขึ้น แม้อาจมีผลกระทบต่อไทยไม่มาก แต่ก็จะมีผลกับกลุ่มผู้ส่งออกเหล็กที่พึ่งพาตลาดสหรัฐมากได้ ในทางกลับกันก็เป็นผลดีทำให้ ผู้ส่งออกที่นำเข้าเหล็กมาเป็นวัตถุดิบ เพราะอาจได้เหล็กคุณภาพดีจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการสหรัฐแล้วหันมาลดราคาขายเพื่อขายในเอเชีย ดังนั้นผู้ส่งออกก็ควรปรับตัวหาจุดแตกต่างนำเข้าวัตถุดิบที่ดีมา พร้อมกับพัฒนาฝีมือเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออกได้

เหล่านี้คือโอกาสของไทยจากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และความท้าทายที่ต้องเจอระหว่างทางจากปัจจัยภายนอก ซึ่งธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้ทัน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่