
ซันโทรี่ร่วมเป๊ปซี่ ตั้งบริษัทลุยลงตัว
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ลั่นกลองลุยธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจร ชิงแชร์ตลาดนันแอลกอฮอล์ 1.5 แสนล้าน
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ลั่นกลองลุยธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจร ชิงแชร์ตลาดนันแอลกอฮอล์ 1.5 แสนล้าน
นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (เอสพีบีที) เปิดเผยว่า หลังการประกาศร่วมทุนระหว่างเป๊ปซี่โคและกลุ่ม ซันโทรี่เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และพร้อมเปิดตัว บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โคฯ อย่างเป็นทางการวันที่ 5 มี.ค. เพื่อเตรียมบุกตลาดเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทมุ่งสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรภายใต้แนวคิด "Growing for good" พร้อมตั้งเป้าชิงตำแหน่งเบอร์หนึ่งในตลาดน้ำอัดลมควบคู่การรุก ขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา-กาแฟพร้อมดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำผลไม้ รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
ขณะที่บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โคฯ เกิดขึ้นจากการร่วมทุนระหว่างซันโทรี่ ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่นและเป๊ปซี่โค บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจากอเมริกามีทุนจดทะเบียน 19,680 ล้านบาท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มให้กับเครือเป๊ปซี่โค อาทิ เครื่องดื่ม เป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่น-อัพ เป็นต้น รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มและสินค้าใหม่จากซันโทรี่
ด้านการผลิตเอสพีบีทีมีฐานการผลิต 2 แห่ง คือ โรงงานระยองขนาด 96 ไร่ อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง และโรงงานสระบุรี บนพื้นที่ 104 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี สำหรับในด้านการจัดจำหน่ายยังคงผนึกพันธมิตรกับ ดีเอชแอลควบคู่ไปกับการใช้ดิสทริบิวเตอร์กระจายสินค้าไปยังท้องถิ่นผ่านตัวแทน 24 แห่ง เข้าถึงร้านค้ากว่า 4.7 แสนแห่งทั่วประเทศ
สำหรับเอสพีบีทีจะเดินหน้าธุรกิจเครื่องดื่มในไทยภายใต้วิสัยทัศน์ Growing for good ด้วย 5 ภารกิจหลัก 1.ลงทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งแบรนด์ 2.การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ 3.ขยายระบบการกระจายสินค้า 4.การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงผู้บริโภค สังคมและ สิ่งแวดล้อม และ 5.การพัฒนาองค์กร
นายโอเมอร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน เป๊ปซี่เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดน้ำดำ ในบรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวด (ทั้งขวดพีอีทีและกระป๋อง) มีส่วนแบ่งกว่า 45% เชื่อเอสพีบีทีจะขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 5 หมื่นล้านบาทได้







