
ข่าวร้ายของคนไทย เมื่อเบี้ยประกันชีวิตลด
สมพจน์ พัดสุวรรณWealthguruผู้บริโภคเฮ..! ประหยัดค่าเบี้ยประกันชีวิตได้สูงสุดถึง 35% คปภ. 1 ก.ย.2560
สมพจน์ พัดสุวรรณWealthguru
ผู้บริโภคเฮ..! ประหยัดค่าเบี้ยประกันชีวิตได้สูงสุดถึง 35% คปภ. 1 ก.ย.2560
นี้คือ ข่าวดีในปี 2560
ก่อนจะบอกข่าวร้าย!!!! ผมขอบอกข่าวดีกันก่อน
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สภาพสังคมและเศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีการพัฒนาวิทยาการทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยมาใช้เพื่อรักษาพยาบาลรวมถึงกระแสนิยมเรื่องการใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกายส่งผลให้โครงสร้างประชากรไทยในภาพรวมมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนขึ้นโดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2568 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์
ส่งผลต่อตารางมรณะไทยที่ใช้ในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยที่ผ่านมาคือตั้งแต่ปี 2547-2551 มีความล้าสมัย จึงได้ทำการปรับปรุงตารางมรณะไทยใหม่ โดยประกาศใช้ตารางมรณะไทยปี 2560 ผลคือเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ
แบบตลอดชีพลดลงประมาณ 6%
แบบสะสมทรัพย์ลดลงประมาณ 1%
แบบชั่วระยะเวลาลดลงประมาณ 24%
และแบบคุ้มครองสินเชื่อลดลงประมาณ 35%
ก็เป็นข่าวดี ใครที่จะซื้อประกันชีวิตเบี้ยประกันก็จะลดลง เพราะคนไทยมีอัตราตายน้อยลง
แล้วอะไรคือฝันร้ายของคนไทย???
ฝันร้ายของคนไทยข้อที่ 1 คือ อายุยืนยาวขึ้น
อายุยืนยาวเป็นฝันร้ายตรงไหน???
ก็ตรงที่จะต้องเตรียมเงินเพื่อเกษียณมากขึ้น
แล้วต้องเตรียมมากขึ้นเท่าไร???
ผมขอใช้สมมติฐานในการคำนวณตัวเลขเงินเพื่อการเกษียณดังนี้
ต้องการเงินเพื่อใช้หลังเกษียณ เดือนละ 2 หมื่นบาท หรือปีละ 2.4 แสนบาท
lอัตราเงินเฟ้อ 2.5% ซึ่งหมายความว่า เงินเพื่อใช้หลังเกษียณเดือนละ 2 หมื่นบาท จะต้องปรับให้เพิ่มขึ้นด้วย
lเกษียณอายุที่ 60 ปี คือทำงานปีสุดท้ายอายุ 60 ปี
lอัตราผลตอบแทนการลงทุนหลังเกษียณ 3%
ผมขออ้างอิงอายุขัยจากการเก็บสถิติ นำข้อมูลมาจาก www.actuarialbiz.com
จากตาราง (1) จะเห็นได้ว่าแม้อายุขัยใหม่จะเพิ่มขึ้น 3 ปี แต่เงินเพื่อการเกษียณที่จะต้องมี ตอนวัย 60 ปี จะเพิ่มขึ้นถึง 20%
จากตาราง (2) จะเห็นได้ว่าแม้อายุไขใหม่จะเพิ่มขึ้น 3 ปี แต่เงินเพื่อการเกษียณที่จะต้องมีตอนวัย 60 ปี จะเพิ่มขึ้นถึง 16%
สาเหตุหลักที่จะต้องเตรียมเงินมากขึ้นคือเงินเฟ้อและอายุขัยที่ยาวขึ้น
ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง คือ ผู้หญิงจะอายุยืนกว่าผู้ชาย ดังนั้นจะต้องเตรียมเงินมากกว่าถึง 30% ถ้าอายุเริ่มต้นเท่ากัน
ฝันร้ายของคนไทยข้อที่ 2 คือ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลเพิ่มเป็นอัตราเร่ง
ค่าใช้จ่ายที่คำนวณตามตารางข้างบน ไม่ได้รวมค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ ซึ่งในปัจจุบันเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลเอกชนอยู่ในระดับ 6-8%
ดังนั้น เงินที่จะต้องเตรียมไว้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณจะต้องโดนบวกเข้าไปกับเงินในตารางข้างบน
ฝันร้ายของคนไทยข้อที่ 3 คือ อายุเกษียณของคนไทยอาจจะไม่ถึง 60 ปี
ข่าวร้ายเพิ่มปี 2561 ธนาคารไทยพาณิชย์ปรับทัพใหญ่ ตั้งเป้า 3 ปี ลดพนักงานแบงก์ลง 1.2 หมื่นคน
Technology และ AI จะเข้ามาบทบาทในธุรกิจมากขึ้น เพื่อจะลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
อายุเกษียณที่เคยตั้งไว้ 60 ปี อาจจะโดนการเกษียณก่อน แล้วมันน่ากลัวอย่างไรล่ะ
จากตาราง (3) ขอยกตัวอย่างผู้หญิงอย่างเดียว ถ้าขยับอายุเกษียณจากเดิม 60 ปี มาเป็น 55 ปี
จะต้องเตรียมเงินเกษียณเพิ่ม 8%
จากข่าวดีเบี้ยประกันลดนำไปสู่ข่าวร้ายคือ คุณจะต้องเตรียมเงินมากขึ้นเพราะคุณอายุยืนขึ้น แต่คุณอาจจะต้องเกษียณก่อนอายุ 60 ปี
นำไปสู่ข่าวร้ายคือ คุณจะต้อง เตรียมเงินมากขึ้นเพราะเงินเฟ้อ ทำให้ราคา ของแพงขึ้น ฝากธนาคารอย่างเดียวไม่ได้แล้ว
ยิ่งเกษียณเร็ว ยิ่งต้องเตรียมเงิน
ยิ่งเกษียณเร็วและยิ่งอายุยืนยาวขึ้นด้วย ยิ่งต้องเตรียมเงินมากขึ้นตามไป
สิ่งที่คุณควรจะทำคือ มี 3 คำ
1) อดออม 2) ประกันความเสี่ยงรักษาพยาบาล 3) ลงทุน
เตรียมความพร้อมเรื่องการเงินเพื่อการเกษียณ จงเปลี่ยนทัศนคติของคุณใหม่ "จากเกษียณเริ่มเมื่อไรก็ได้ เป็นเกษียณต้องเริ่มเดี๋ยวนี้" จงวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณไว้เป็นเป้าหมายหลักของชีวิตคุณ







