posttoday
‘จักรพงษ์ เจเคเอ็น’ เจ้าแม่ซีรี่ส์ตัวช่วยทีวีดิจิทัล

‘จักรพงษ์ เจเคเอ็น’ เจ้าแม่ซีรี่ส์ตัวช่วยทีวีดิจิทัล

04 มีนาคม 2561

จากลูกชายเจ้าของร้านเช่าวิดีโอที่ไม่มีใครรู้จัก วันนี้ในวงการธุรกิจและวงการบันเทิงคงไม่มีใครไม่รู้จักสาวสวยที่ชื่อ จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ แอน

โดย จะเรียม สำรวจ

จากลูกชายเจ้าของร้านเช่าวิดีโอที่ไม่มีใครรู้จัก วันนี้ในวงการธุรกิจและวงการบันเทิงคงไม่มีใครไม่รู้จักสาวสวยที่ชื่อ จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ แอน (ชื่อเล่นเดิมช่วงยังไม่แปลงเพศชื่อแอนดรูว์) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือเจเคเอ็น ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล

จากการคลุกคลีอยู่ในร้านเช่าวิดีโอมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ จักรพงษ์ เข้าใจการเสพสื่อบันเทิงของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี จนทำให้ปี 2530 จักรพงษ์ ตัดสินใจที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ด้วยการก่อตั้งบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ขึ้นมา เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าคอนเทนต์จากทั่วโลกมาจำหน่ายในประเทศไทย และการผลิตคอนเทนต์ไทยนำออกไปจำหน่ายในตลาดโลก

หลังจากเปิดตัวธุรกิจ จักรพงษ์ ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจมากขึ้น จนในที่สุดประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจดังกล่าวเป็นอย่างดี โดยปัจจุบัน จักรพงษ์ มีธุรกิจที่ต้องดูแลด้วยกัน 8 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.เจเคเอ็น ออริจินัล หรือสารคดีในหลวงของเรา 2.เอเชียน แฟนตาซี หรือซีรี่ส์เกาหลี จีน ญี่ปุ่น 3.ฮอลลีวู้ด ฮิต หรือภาพยนตร์จากอเมริกา 4.เมจิก เดอะ โปรเจกต์ หรือสารคดีจากต่างประเทศ 5.คิดส์ อินสไปร์ หรือรายการการ์ตูน 6.มิวสิค สตาร์พาเรด หรือรายการเพลง 7.นิวส์ หรือรายการข่าว และ 8.ซูเปอร์ โชว์ หรือรายการวาไรตี้ประเภทต่างๆ

ความหลากหลายของคอนเทนต์ที่ จักรพงษ์ มีส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภายหลังจากเกิดทีวีดิจิทัล คอนเทนต์นำเข้าจาก ต่างประเทศเริ่มได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ซึ่งจากความสำเร็จที่ จักรพงษ์ สามารถพิสูจน์ให้กับครอบครัวและคนทั่วไปให้ได้เห็นดังกล่าว ทำให้ จักรพงษ์ ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ และสิ่งนั้นก็คือ การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นผู้หญิง หลังสังคมไทยเปิดกว้างมากขึ้น

นอกจากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นสตรีข้ามเพศนักธุรกิจแสนสวยแล้ว จักรพงษ์ ยังได้ตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับตัว จักรพงษ์ ที่มีภาพลักษณ์เป็นสาวสวยอย่างที่ต้องการแล้ว ในด้านของธุรกิจก็ยังมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะนอกจากจะเปิดกว้างให้นักลงทุนรายเล็กรายใหญ่เข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจสื่อแล้ว จักรพงษ์ ยังได้รับโอกาสดีๆ จากธุรกิจสื่อในต่างประเทศให้เข้ามาร่วมพัฒนาคอนเทนต์ หนึ่งในนั้น คือ National Broadcasting Company Universal (NBC) เพื่อทำการผลิตคอนเทนต์ภายใต้แบรนด์ Consumer News and Business Channel (CNBC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการเกี่ยวกับข่าวธุรกิจและการลงทุนที่มีชื่อเสียงของโลก ในระยะสัญญา 10 ปี (2560-2570)

‘จักรพงษ์ เจเคเอ็น’ เจ้าแม่ซีรี่ส์ตัวช่วยทีวีดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะผลิตคอนเทนต์รายการข่าวให้กับสถานีข่าวช่อง CNBC Thailand รวมถึงผลิตคอนเทนต์ภายใต้แบรนด์ CNBC ที่ได้รับลิขสิทธิ์จาก NBC ประเทศสหรัฐ ให้ได้คุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยรายการที่ผลิตจะมีโครงสร้างตามรูปแบบของแบรนด์ CNBC และใช้พิธีกรรวมถึงผู้ดำเนินรายการที่เป็นคนไทย ในการผลิตรายการเพื่อออกอากาศในช่อง JKN CNBC โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหาบุคลากรเข้ามาร่วมงาน เบื้องต้นคาดว่าจะผลิตคอนเทนต์ออกอากาศได้ภายในปี 2562

ในส่วนของการซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศ จักรพงษ์ ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะซีรี่ส์อินเดีย ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไทย เรียกได้ว่าเกือบทุกช่องเป็นลูกค้าคนสำคัญของ จักรพงษ์

ปัจจุบัน จักรพงษ์ มีสินค้าลิขสิทธิ์จากต่างประเทศไว้คอยบริการลูกค้ามากกว่า 3,500 รายการ และในปี 2561 นี้มีแผนที่จะใช้งบลงทุนอีกประมาณ 600-800 ล้านบาท ในการเดินสายซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศเพิ่ม ซึ่งในส่วนของคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในขณะนี้ คือ ซีรี่ส์อินเดีย

จักรพงษ์ เล่าว่า เหตุผลที่ทำให้คนไทยหันมาให้ความสนใจซีรี่ส์อินเดียกันมากขึ้น เพราะเกิดจากความเบื่อละครไทยที่พระเอกโง่ ซึ่งหากย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นลูกชายเจ้าของร้านวิดีโอ ตอนนั้นซีรี่ส์ฮ่องกงได้รับความนิยมอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกซีรี่ส์เกาหลีเข้ามาตีตลาด เนื่องจากคนเริ่มเบื่อซีรี่ส์จีน เพราะไม่มีดาราที่ดึงดูดความสนใจ เมื่อเทียบกับซีรี่ส์เกาหลีที่มีพระเอกหน้าตาจิ้มลิ้ม

แต่พอซีรี่ส์เกาหลีเริ่มมีพล็อตเรื่องที่ซ้ำ พระเอกหน้าซ้ำ ก็ทำให้คนไทยเกิดอาการเบื่ออีกครั้ง เมื่อซีรี่ส์อินเดียมีการใช้งบลงทุนสร้างที่มหาศาล และคนสร้างก็เป็น สตูดิโอที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็น ฟ็อกซ์, โซนี่ หรือวายคอม เมื่อคนไทยได้ทดลองดูก็เลยเกิดอาการติดซีรี่ส์อินเดีย เนื่องจากเนื้อหามีความใกล้เคียงกับละครไทย นอกจากนี้วัฒนธรรมด้านความเชื่อก็ยังมีความใกล้เคียง เพราะสิ่งเหล่านี้ผูกพันกับคนไทยมาตั้งแต่เกิดเห็นได้จากการนับถือพระแม่ลักษมี หรือพระพรหม เป็นต้น

จักรพงษ์ กล่าวต่อว่า "ธุรกิจที่เราทำทุกวันนี้ คือ การขายยาเสพติดทางสายตา เพราะซีรี่ส์ที่ขายไปให้กับผู้ประกอบการทีวีแต่ละช่อง บริษัทไม่อนุญาตให้ดูย้อนหลังได้ผ่านทางยูทูบต้องดูสดอย่างเดียว และหากต้องการดูย้อนหลังจะดูได้ก็ต่อเมื่อผ่านไปแล้ว 2 วันผ่านทางเว็บไซต์ของทีวีช่องนั้นๆ เท่านั้น"

นอกจากจะมีซีรี่ส์อินเดียที่ดังติดลมบนหลายเรื่องแล้ว ตอนนี้ จักรพงษ์ ยังจะทำการปลุกปั้นซีรี่ส์ฟิลิปปินส์ให้โด่งดังเหมือนกับซีรี่ส์อินเดียอีกด้วย

จักรพงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า ความนิยมในซีรี่ส์อินเดียที่เกิดขึ้น ถือเป็นการกู้สถานการณ์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลให้ดีขึ้นในอีก 10 ปีนับจากนี้ เพราะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่