posttoday
3จีทีโอทีเพิ่งตื่นทำตลาด

3จีทีโอทีเพิ่งตื่นทำตลาด

12 ตุลาคม 2553

 

ออกแพ็กเกจ790บ.เน็ตไม่อั้น 5เอ็มวีเอ็นโอหายใจคล่องคอ

โพสต์ทูเดย์ — 5 เอ็มวีเอ็นโอ 3จี ทีโอที ได้เฮ หลังทีโอทียอมให้ทำแคมเปญเหมาจ่าย 790 บาท ใช้เน็ตไม่อั้น กรุยทางลุย 3จี ทั่วไทย

รายงานข่าวจากบริษัท 365 คอมมูนิเคชั่น ผู้ทำการตลาด 3จี ของบริษัท ทีโอที แบบเอ็มวีเอ็นโอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เริ่มคิดค่าบริการซิม 3จี ในเขต กทม.และปริมณฑล ในอัตราเหมาจ่ายรายเดือน 790 บาท สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด หรือลดราคาลงเกือบ 50% จากเดิมที่คิดค่าบริการเดือนละ 1,490 บาท

นายสุรินทร์ ฤทธีภมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 365ฯกล่าวว่า การทำตลาดแบบเหมาจ่ายครั้งนี้ ทำให้บริษัทยังทำตลาด 3จี ต่อไปได้ หลังจากที่ผ่านมามียอดผู้ใช้งานเพียง 5,000 ราย จาก 1 แสนเลขหมายที่ได้รับสิทธิทำการตลาด เนื่องจากราคาค่าบริการเดิมนั้นไม่จูงใจให้ลูกค้าใช้งาน แม้จะมีความเร็วในการให้บริการมากกว่าก็ตามซึ่งปัญหาที่ทำให้ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ไม่สนใจใช้งาน 3 จี แม้จะเร็วกว่าผู้ให้บริการมือถือปัจจุบันที่มีอยู่ เนื่องจากราคาค่าบริการต่อเมกะไบต์ที่แพงเกินไป ส่งผลให้ยอดขายของซิมการ์ด 3 จีทั้ง 5 รายที่ได้รับสิทธิ์เอ็มวีเอ็นโอจากทีโอทีต่ำกว่าที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวจะเป็นการนำร่องเพื่อสร้างกระแสการใช้งาน 3จี ให้มากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาทีโอทีไม่อนุญาตให้ทำตลาดเชิงรุกได้ โดยแคมเปญดังกล่าว สามารถใช้บริการโทรทุกเครือข่าย 24 ชม. เอสเอ็มเอส บริการวิดีโอคอลภายในวงเงินดังกล่าว ซึ่งนอกจากแพคเกจดังกล่าวแล้ว ยังมีราคา 399บาท ใช้งานเฉพาะอินเทอร์เน็ตได้ 15 วัน และยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศด้วย

นายสุรินทร์ กล่าวว่า การทำตลาดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทีโอทีเปิดให้ทำการตลาดแบบเหมาจ่าย หลังจากที่ผ่านมาไม่อนุญาตให้ใช้กลยุทธ์ดังกล่าว ส่งผลให้เอ็มวีเอ็นโอทั้ง 5 ราย คือ 365 ไอโมบายล็อกซเล่ย์ เอ็นอีซี และเอ็ม คอนซัลท์ ไม่สามารถทำตลาดหมายเลข 3จี ทีโอที ได้เต็มที่ ขณะที่โครงการ 3จีทั่วประเทศของทีโอที ขณะนี้เตรียมเร่งการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง บริษัทที่ทำหน้าที่ติดตั้งโครงข่าย หรือ ซัพพลายเออร์ ให้เสร็จภายใน 3 เดือน และคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในเดือน เม.ย.ปีหน้า ตามนโยบายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสา ร หรือ ไอซีที ที่ต้องการให้เสร็จภายใน 6 เดิอน

เบื้องต้นธนาคารกรุงไทยเสนอเป็นที่ปรึกษาด้านการหาแหล่งเงินกู้ให้กับทีโอที ส่วนธนาคารกสิกรไทยเสนอตัวเป็นแหล่งเงินกู้ภายในประเทศ ขณะที่แหล่งเงินกู้ต่างประเทศ มีธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์ตเตอร์ บาร์เคลย์ และ อิริคสัน ซึ่งทีโอทีอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกแหล่งเงินกู้จากที่ใด เพราะแม้การใช้แหล่งเงินกู้จากต่างประเทศจะมีข้อดีในเรื่องของดอกเบี้ยต่ำ และระยะเวลาผ่อนยาว 7 ปี

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายจรัญบัวมณี อาชีพทนายความ ได้ยื่นฟ้องบริษัท กสท โทรคมนาคม และกรรมการ (บอร์ด) กสทฯ ชุดปัจจุบัน ว่า ไม่มีอำนาจจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ให้แก่ผู้อื่น กรณีการอนุญาตให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค โอนคลื่นวิทยุคมนาคมระบบเซลลูลาร์ ดิจิตอล พีซีเอ็น 1800 ให้กับบริษัท ทรูมูฟ รวมถึงไม่มีอำนาจให้ดีแทค และทรูมูฟ นำคลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิรตซ์ มาปรับปรุง (อัพเกรด) บนเทคโนโลยีเอชเอสพีเอเพื่อให้บริการ 3จี ด้วย ซึ่งเป็นลักษณะของการใช้ความถี่ร่วม ซึ่งตามมาตรา 53 วรรคสองของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับกิจการโทรคมนาคม จะต้องดำเนินกิจการด้วยตนเอง

นอกจากนี้ กสทฯ ยังใช้สิทธิไม่สุจริต ในการยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ไม่มีอำนาจเปิดประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี ช่วงคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้ กทช. ไม่สามารถจัดการประมูล 3 จี เพื่อและให้กสทฯ แต่เพียงผู้เดียวสามารถดำเนินการอนุญาตให้ดีแทคและทรูมูฟให้บริการเอชเอสพีเอ เป็นการมุ่งหวังในผลประโยชน์ตอบแทนหรือเงินส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทานที่จะได้รับเพิ่มขึ้นจากการที่ดีแทคและทรูมูฟได้รับสิทธิให้แสวงหาผลประโยชน์จากการใช้คลื่นความถี่ดังกล่าว โดยมิได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามกสทฯ และบอร์ด อนุญาตหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีทดลองหรือการดำเนินการในเชิงพาณิชย์ และให้เพิกถอนคำสั่งหรือใบอนุญาตของ กทช. ที่อนุญาตให้นำคลื่นความถี่ 800 หรือ 850 เมกะเฮิรตซ์ มาจัดสรรให้ ดีแทคและทรูมูฟใหม่โดยพละการ รวมถึงให้มีคำสั่งให้การจัดสรรคลื่นความถี่ 800 หรือ 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้กระทำไปแล้วโดยพละการเป็นโมฆะทั้งสิ้น

ด้านนายสถาพร เอียดใหญ่ ผู้จัดการฝ่ายคดี กสทฯ กล่าวว่า ถ้าศาลกำหนดให้มีการไต่สวนก็พร้อมเรียบเรียงสำนวนเพื่อสู้คดีแต่ในความเห็นของกสทฯ เข้าใจว่าผู้ฟ้องไม่เข้าใจขั้นตอนกระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่ ที่เดิม กสทฯ ถูกจัดตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย 2519 ซึ่งได้รับสิทธิ และอำนาจในการใช้คลื่นความถี่จากกรมไปรษณีย์กลาง จากนั้นก็ดำเนินกิจการภายใต้สัมปทานกับดีแทค และทรูมูฟ โดยมีการจัดสรรคลื่นความถี่ให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการตลาดแทน แต่อำนาจในการครอบครองคลื่นความถี่ยังเป็นของกสท อยู่ ขณะเดียวกันการจัดสรรคลื่นให้เอกชนช่วงเวลานั้น ยังไม่มีการจัดตั้ง กทช.ขึ้น ดังนั้นกสท จึงมีหน้าที่ตามพ.ร.บ.การสื่อสารฯ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน