
MALEEเป้าโต30%
MALEE คาดปีนี้รายได้โต 30% อัตรากำไรสุทธิสูงกว่าปีก่อน เหตุออกสินค้าใหม่มาร์จิ้นสูง คุมค่าใช้จ่าย ธุรกิจต่างประเทศมาแรง
MALEE คาดปีนี้รายได้โต 30% อัตรากำไรสุทธิสูงกว่าปีก่อน เหตุออกสินค้าใหม่มาร์จิ้นสูง คุมค่าใช้จ่าย ธุรกิจต่างประเทศมาแรง
น.ส.รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มาลีกรุ๊ป (MALEE) เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์รายได้ปีนี้เติบโต 30% จากปี 2560 ที่มีรายได้รวม 5,987.94 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 285.58 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยบวกสนับสนุน ประกอบด้วยยอดขายในประเทศขยายตัวจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากออกสินค้าใหม่ และได้ลูกค้าใหม่ส่วนของธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต (CMG) เพิ่มอีก 2 ราย และทำการตลาดทางดิจิทัลมากขึ้น
นอกจากนี้ คาดว่ายอดขายต่างประเทศเพิ่มเป็นกว่า 40% จากปีก่อนอยู่ที่ 36% โดยไตรมาส 3 นี้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากบริษัท ลอง ควน เซฟ ฟู้ด (LQSF) ในเวียดนาม จากเข้าไปถือหุ้น 65% ขณะที่ยอดขายในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และจีน ปรับตัวดีขึ้น
ขณะเดียวกันอัตรากำไรสุทธิปีนี้สูงกว่าปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 4.77% เนื่องจากบริษัทออกสินค้าใหม่เครื่องดื่มที่ไม่อยู่ในกลุ่มน้ำผลไม้ ประมาณ 10 ผลิตภัณฑ์ เริ่มจำหน่ายไตรมาส 2/2561
อีกทั้งคาดว่าเริ่มจำหน่ายผลิตของใช้ส่วนตัวในไตรมาส 3/2561 ซึ่งสินค้า ดังกล่าวมีอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) สูง และบริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายและใช้กำลังการผลิตที่สูงกว่าปีก่อน ขณะที่บริษัทย่อยขาดทุนลดลงหรือหยุดขาดทุนในสิ้นปีนี้
"ปีนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวรายได้หลังจากที่ผ่านมาได้เข้าไปร่วมลงทุนในต่างประเทศ และมีการลงทุนวิจัยพัฒนาสินค้า และลงทุนเครื่องจักรเพิ่มกำลังการผลิตสินค้า" น.ส.รุ่งฉัตร กล่าว
สำหรับงบลงทุน 3 ปี (2559-2561) ตั้งไว้ที่ 1,500 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 1,000 ล้านบาท เหลืออีก 500 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยยังไม่มีการลงทุนใหม่ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตที่ 330 ล้านลิตร/ปี
ด้านผลกระทบการปรับขึ้นอัตราภาษีน้ำตาล บริษัทมองว่าในปีนี้จะยังไม่มีการขึ้นราคาขายสินค้า เนื่องจากยังสามารถควบคุมได้ ซึ่งแผนในระยะสั้นบริษัทจะมีการเพิ่มราคาขายสินค้าจากราคาโปรโมชั่นแทนการขึ้นราคาขายสินค้าราคาเต็ม
น.ส.รุ่งฉัตร ย้ำอีกว่า บริษัทยังคงเป้ารายได้รวมปี 2562 แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท จากการออกสินค้าใหม่ ยอดขายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนปีนี้จะกลับมาเติบโตโดดเด่นตามแผนกลยุทธ์ธุรกิจระยะยาว 9 ปี (2558-2566) หลังจาก ช่วงที่ 1 (2558-2560) ได้วางรากฐานและความเข้มแข็งขององค์กรในอนาคต







