
ร่วมมือดิจิทัลไทย-จีน
เอกอัครราชทูตจีนแนะยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน มุ่ง 3 ด้าน เศรษฐกิจ ดิจิทัล เชื่อมสัมพันธ์ระดับประชาชน
เอกอัครราชทูตจีนแนะยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน มุ่ง 3 ด้าน เศรษฐกิจ ดิจิทัล เชื่อมสัมพันธ์ระดับประชาชน
นายลวี่ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา "มอง คึกฤทธิ์ถึงสีจิ้นผิง...สู่หญิงเหล็กกับโอกาสยุค 4.0" จัดโดย สภาธุรกิจไทย-จีน ว่า ปัจจุบันไทยและจีนก้าวสู่ความสัมพันธ์ทางการทูตปีที่ 43 แนะนำให้ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูต 3 ด้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ 1.มุ่งสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างกันอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ จีนมีนโยบาย made in china 2025 มีนโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทาง ขณะที่ไทยมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
"ต้องดูว่าทั้งสองประเทศจะสามารถร่วมมือเพื่อก้าวสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างกันได้อย่างไร ให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาของรัฐบาลทั้งสองประเทศ โครงการรถไฟไทย-จีนเป็นตัวอย่างสำคัญของความร่วมมือ ซึ่งปัจจุบันกำลังเดินหน้าการก่อสร้างในระยะที่ 1 แล้ว" นายเจี้ยน กล่าว
สำหรับความร่วมมือด้านที่ 2 ที่ต้องเร่งขับเคลื่อน ได้แก่ การขยายความร่วมมือด้านดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันจีนเป็นผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล บิ๊กดาต้า อี-คอมเมิร์ซ ทั้งเป็นผู้นำการขับเคลื่อนนวัตกรรม โดยจีนยินดีถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้กับไทย รวมทั้งกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจากจีน อย่างอาลีบาบา เจดีดอทคอม บริษัท หัวเว่ย เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เป็นโอกาสในการเรียนรู้และรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรของไทย
ขณะที่ความร่วมมือด้านที่ 3 ได้แก่ การสร้างความร่วมมือระดับประชาชนกับประชาชน กล่าวคือรัฐบาลทั้งสองประเทศควรจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระดับประชาชน
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานสภาธุรกิจไทย-จีน เปิดเผยว่า จีนมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงมุ่งสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาในประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบันจีนมีสิขลิทธิ์งานวิจัย 4.4 แสนชิ้น ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่าง 2 ประเทศ จึงเป็นผลดีต่อไทยในการรับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีระหว่างกัน







