
ไพโรจน์ วัฒนวโรดม กับความสุขที่ยั่งยืน
เรื่อง : กั๊ตจังภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิชคนเราทำงานหาเงินมากมายแต่ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แต่สำหรับ ไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี.แอสพลัส และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ แล้วเขาเลือกที่จะแบ่งเวลาให้ครอบครัว และการนั่งสมาธิมากกว่าสิ่งใดเพราะเขารู้ว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สร้างความสุขที่ยั่งยืน
เรื่อง : กั๊ตจังภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
คนเราทำงานหาเงินมากมายแต่ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แต่สำหรับ ไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี.แอสพลัส และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ แล้วเขาเลือกที่จะแบ่งเวลาให้ครอบครัว และการนั่งสมาธิมากกว่าสิ่งใดเพราะเขารู้ว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สร้างความสุขที่ยั่งยืน
"สำหรับผมแล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการงานเสียเป็นส่วนใหญ่ ย้ายจากบริษัทขนาดใหญ่มาเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทขนาดกลาง และต้องดูแลบริหารสิ่งต่างๆ มากมาย ทำให้เราเกิดความเครียด ปกติแล้วเมื่อผมเกิดความเครียดในการทำงานจากภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ ผมจะหาทางออกด้วยการระบายความเครียดอย่างเช่นการสวดมนต์
ผมจะนึกถึงคำพระท่านสอนว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป มันมีสุขมันมีทุกข์มันก็ดับไป อะไรหลายๆ อย่างที่เรามีมันแค่ชั่วคราว ผมก็เลยมองทุกข์ว่าเดี๋ยวมันก็ดับไป ทุกอย่างเป็นแค่สิ่งชั่วคราว หลังอายุ 50 ปีมา ผมจึงรู้ตัวเองเลยว่าผมนิ่งขึ้น มีความสุขุมมากขึ้น เมื่อมีอะไรเข้ามาเราก็จะมองเป็นเรื่องชั่วคราว ถ้าคิดแบบนี้ชีวิตเราก็จะเดินต่อไปได้ ถ้ามีสุขเข้ามาเราก็เสพมันไป ทุกข์เราก็ทุกข์ไป แต่ขอให้รู้ว่ามันก็แค่ชั่วคราว
เราจึงขอทำวันนี้ให้ดีที่สุด ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ลูกเมียอยากได้อะไรเราให้หมด เราไม่ได้ทำงานจนลืมครอบครัว เพราะเราอย่าลืมว่าเราทำงานหนักหาเงินมาเพื่อใคร ก็เพื่อครอบครัว ดังนั้นจงใช้เวลาส่วนหนึ่งในชีวิตกลับมาอยู่กับครอบครัวดูแลพวกเขา ภรรยาผมอยากได้อะไรผมให้ ลูกอยากได้อะไรผมให้ เพราะเมื่อถึงวันที่เราจะไปจริงๆ เราจะได้หมดห่วงว่าเรายังเหลือสิ่งที่อยากจะทำแต่ไม่ได้ทำอีกต่อไปนั่นเอง" n







