posttoday

ปลาบึกยักษ์ลุ่มน้ำโขง

22 กุมภาพันธ์ 2561

กริช อึ้งวิทูรสถิตย์ในยุคเฟื่องฟูของปลาบึกที่มีการกระจายข่าวแพร่หลายในหน้าสื่อต่างๆ และมีการถ่ายทอดพิธีกรรมการบวงสรวงบูชาเพื่อออกจับปลาบึกกัน ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงได้เห็นในหน้าสื่อต่างๆ กันมาแล้ว พวกเราเด็กเชียงของเอง ก็อดที่จะร่วมตื่นเต้นดีใจกับข่าวเหล่านี้ไปด้วยครับ จึงใคร่อยากจะเล่าเรื่องราวที่ได้พบเจอมาตั้งแต่เด็กๆ มา จะได้ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ

กริช อึ้งวิทูรสถิตย์

ในยุคเฟื่องฟูของปลาบึกที่มีการกระจายข่าวแพร่หลายในหน้าสื่อต่างๆ และมีการถ่ายทอดพิธีกรรมการบวงสรวงบูชาเพื่อออกจับปลาบึกกัน ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงได้เห็นในหน้าสื่อต่างๆ กันมาแล้ว พวกเราเด็กเชียงของเอง ก็อดที่จะร่วมตื่นเต้นดีใจกับข่าวเหล่านี้ไปด้วยครับ จึงใคร่อยากจะเล่าเรื่องราวที่ได้พบเจอมาตั้งแต่เด็กๆ มา จะได้ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ

คนในเชียงของจะเรียกขานแม่น้ำโขงว่า "น้ำของ" ในสมัยผมเด็กๆ ได้ไปอาบน้ำของ หรือน้ำโขงกันเป็นประจำเกือบจะทุกวัน ผมหัดว่ายน้ำเป็นก็ที่น้ำของนี่แหละครับ ที่นี่จะมีโขดหินสีดำใหญ่มากๆ เราเรียกกันว่าผาถ่าน เพราะสีมันดำเหมือนถ่าน พวกเราไม่รู้หรอกครับว่านี่คือก้อน "พลอยนิล" มหึมาที่อยู่กลางแม่น้ำโขง แต่อยู่ค่อนมาทางฝั่งตัว อ.เชียงของ ส่วนกลางน้ำจะมีเกาะกลางที่ใหญ่มาก อยู่กลางน้ำของเลยครับ ก่อนที่จะถึงโขดหินผาถ่านนี้ก็จะมีโขดหินเล็กๆ อยู่ห่างจากตลิ่งประมาณ 50 เมตร พวกเด็กๆ ก็จะว่ายน้ำจากชายฝั่งไปที่โขดหินก้อนนี่แหละครับ แข่งกันว่ายสนุกสนานกันมาก ทุกวันเราจะเห็นชาวเรือทั้งไทยลาว เอาเรือมาจอดเทียบท่าวัดหลวง ที่เลยขึ้นมาอีกนิดครับ บางครั้งพอเรือจะออก เราก็จะเกาะกาบเรือไปด้วย แล้วก็ปล่อยตัวว่ายน้ำมาที่โขดหินนี้เป็นประจำ แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าห้ามปล่อยเลยไปถึงผาถ่านเด็ดขาด เพราะที่นี่จะเป็นวังน้ำวน วังน้ำวนนี้จะออกมาจากอุโมงค์ใต้ผาถ่าน ซึ่งเล่ากันว่าน้ำนี้จะทะลุมาจากบ่อน้ำที่อยู่ข้างๆ เจดีย์วัดหลวง ที่วัดหลวงจะมีบ่อน้ำลึกใหญ่มากๆ เล่ามาว่าคนเอาเต่าปล่อยลงบ่อน้ำนี้ เต่าไปโผล่ที่ผาถ่าน ออกมาทางวังน้ำวน ดังนั้น เด็กๆ ทุกคนจะระวังไม่กล้าไปว่ายน้ำใกล้ผาถ่าน กลัวน้ำวนดูดลงใต้ท้องน้ำของครับ

ที่เชียงของที่เราเห็นกันจนชินตาคือ ปลาน้ำจืดของที่ชาวเรือ หรือชาวประมงนำมาขายที่ตลาดครับ ผมยังจำติดตาคือ ทุกวันชาวเรือที่ออกจับปลามาได้ก็จะนำมาขายที่ตลาดสด ซึ่งที่นี่มีตลาดสองเวลา คือตลาดงาย (ตลาดเช้า) กับตลาดแลง (ตลาดเย็น) ชาวเรือที่ได้ปลามาก็จะขายที่นี่ประจำ ปลาหลากหลายชนิดมากๆ ที่เห็นประจำคือปลาที่ไม่มีเกล็ด ตระกูลปลาชนิดนี้ก็จะมีตั้งแต่ตัวเล็กๆ เช่น ปลากด ปลาคัง จนถึงปลาตัวโตๆ เช่น ปลาบึก ในอดีตก่อนที่จะมีการโปรโมทปลาบึก จำได้ว่าปลาตัวเล็กๆ จะขายได้ราคากว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะปลาตัวเล็กๆ สามารถขายได้เป็นตัวเป็นตัวเลย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเกรงว่าจะขายไม่หมด ส่วนปลาตัวใหญ่ๆ เขามักจะนำมาใว้ที่แคร่ไม้ไผ่ แล้วเอาใบตองตึง (ใบต้นสัก) มาลองแล้วเอาใบตองมาลองต่ออีก แล้วจึงชำแหละหรือฟันปลาเป็นท่อนๆ เล็กๆ เลือดปลาเขาก็เอามาใส่ถังใหญ่ๆ ไว้แบ่งให้คนซื้อฟรีๆ เครื่องในปลาก็จะแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ (แต่ก็เยอะมาก) แล้วจึงเอามากองรวมกับเนื้อปลา เรียกว่ามาทำเป็น "ปุ้นๆ" ทุกกองจะมีเครืองในปลาแถมด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะขายไม่หมดครับ ทุกกองเท่าๆ กันหมด ขายปุ้นละสิบบาท เราชาวเชียงของกินกันจนเบื่อ ทำให้ขายได้ไม่หมดก็มีครับ จึงเห็นว่าปลาตัวเล็กจึงขายง่าย และราคาดีกว่าปลาตัวใหญ่ครับ

ที่บ้านพี่สาวผมก็จะซื้อประจำครับ ในยุคแรกๆ ที่ไปอยู่ใหม่ๆ ยอมรับเลยว่าไม่ชอบกินปลาเลย เพราะผมมาจากบ้านโคกสวาย อ.โนนไทย ฟังดูชื่อก็คงพอเดาได้นะครับว่าไม่ค่อยได้เจอปลาเท่าไร แต่พออยู่ไปนานๆ ก็เริ่มจะอร่อยกับปลาครับ พี่เขยเป็นมนุษย์ที่ชอบกินปลาเป็นที่สุด เพราะนอกจากซื้อกินแล้ว ยังชอบพาพวกเราเด็กๆ ไปจับปลาเป็นประจำ ตามที่เคยเล่ามาแล้ว ทุกครั้งพี่เขยจะซื้อเอาปุ้นที่มีหัวปลาอยู่ด้วย แล้วนำมาต้มหม้อใหญ่ๆ กินกันเอร็ดอร่อยทั้งบ้าน บางครั้งก็เอามาต้มผักกาดดองที่ดองไว้ก็จะรสเด็ดเช่นกันครับ

มาภายหลังจากที่มีการโปรโมทปลาบึกแล้ว คนเชียงของก็ไม่ได้กินกันแล้วครับปลาบึก เพราะราคาสูงมาก กิโลกรัมละหลายร้อยบาท มีพ่อค้าจากทางกรุงเทพฯ มากวาดซื้อหมด จึงจะเหลือแค่ความทรงจำละครับคราวนี้

ข่าวล่าสุด

กรมทางหลวงเปิด 15 จุดพักรถ M7-M9 พร้อมจุดพักรถศรีราชาโฉมใหม่ รับสงกรานต์