posttoday
เครือบ้านปูลุยลงทุนเต็มสูบ

เครือบ้านปูลุยลงทุนเต็มสูบ

23 กุมภาพันธ์ 2561

บ้านปู คาดรายได้ปีนี้สูงกว่าปีก่อน เหตุปริมาณ-ราคาขายถ่านหินเพิ่ม-รับรู้รายได้ธุรกิจก๊าซมากขึ้น ตั้งงบลงทุนทั้งกลุ่มที่ 5,730 ล้าน

บ้านปู คาดรายได้ปีนี้สูงกว่าปีก่อน เหตุปริมาณ-ราคาขายถ่านหินเพิ่ม-รับรู้รายได้ธุรกิจก๊าซมากขึ้น ตั้งงบลงทุนทั้งกลุ่มที่ 5,730 ล้าน

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้ปีนี้จะสูง กว่าปี 2560 ที่มีรายได้ 9.76 หมื่นล้านบาท เนื่องจากคาดปริมาณการขายถ่านหินอยู่ที่ 44.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มี 41.3 ล้านตัน และคาดราคาขายถ่านหินสูงกว่าปีก่อนที่อยู่เฉลี่ย 71.10 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน

นอกจากนี้ บริษัทจะรับรู้รายได้จากก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว จากปีก่อนที่มีรายได้ 35 ล้านดอลลาร์ หลังจากเข้าซื้อแหล่งก๊าซธรรมชาติในช่วงปลายปี ทำให้มีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 201 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน

ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 7,900.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 371% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,677.11 ล้านบาท โดยเป็นผลจากธุรกิจถ่านหินและปริมาณขายไฟฟ้าที่สม่ำเสมอ และการเพิ่มขึ้นของราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับสูงขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.65 บาท โดยได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว 0.30 บาท คงเหลือจ่ายปันผลงวดนี้ที่ 0.35 บาท วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 10 เม.ย. 2561 กำหนดจ่ายวันที่ 30 เม.ย. 2561

สำหรับในส่วนของการลงทุน ปีนี้กลุ่มบ้านปูใช้เงินลงทุนรวม 182 ล้านดอลลาร์ หรือ 5,730 ล้านบาท แบ่งเป็น 20 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐเพิ่ม ลงทุนธุรกิจถ่านหิน 12 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จะใช้เงินลงทุน 70 ล้านดอลลาร์ เพื่อลงทุนในธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีพลังงาน ซึ่งเตรียมเข้าถือหุ้นอีก 1 บริษัทใช้เงินทุนกว่า 35 ล้านดอลลาร์ คาดสรุปในไตรมาสแรกนี้และการลงทุนโซลาร์รูฟ ส่วนบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) ใช้งบลงทุน 80 ล้านดอลลาร์ พัฒนาโรงไฟฟ้า โดยแหล่งเงินมาจากกระแสเงินสดของบริษัทที่มี 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมออกหุ้นปีนี้ วงเงิน 5,000 ล้านบาท อายุ 10 ปีเพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดปีนี้ และเพื่อใช้ขยายธุรกิจ

สำหรับกรณีที่ศาลฎีกาจะนัดฟัง คำพิพากษาคดีโรงไฟฟ้าหงสา ในวันที่ 6 มี.ค.นี้ ซึ่งบริษัทต้องรอฟังคำพิพากษา จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้ โดยบริษัท ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมอะไรเป็น พิเศษ

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4,300 เมกะวัตต์ ในปี 2568 จากปีนี้จะมีกำลังการผลิต 2,164 เมกะวัตต์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกราว 700-1,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงทั่วไปและพลังงานทดแทน ซึ่งพลังงานทดแทนคาดว่าจะมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 20%

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าในเวียดนาม ซึ่งมีทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม นอกจากนี้ ยังศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าในอินโดนีเซียและไทย รวมทั้งในเอเชียแปซิฟิก อาทิ ในจีน ญี่ปุ่น ที่ยังมีโอกาสต่อเนื่อง

สำหรับผลประกอบการปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 4,155 ล้านบาท เป็น ผลสำคัญมาจากโรงไฟฟ้าหงสาที่มีอัตราการจ่ายไฟกว่า 80% ขณะที่กำลัง ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้น 88 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และอีก 130 เมกะวัตต์ จากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน