
รฟท.เมินรื้อแผนบางซื่อ
รฟท.เดินหน้าแผนพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ตั้งเป้ายึดแนวทางพัฒนาทีละแปลงรอชง สคร.ก่อนออกทีโออาร์ที่ดิน
รฟท.เดินหน้าแผนพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ตั้งเป้ายึดแนวทางพัฒนาทีละแปลงรอชง สคร.ก่อนออกทีโออาร์ที่ดิน
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ไม่ทบทวนแผนการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ตามที่คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ขอให้ปรับรูปแบบการพัฒนาแปลงใหญ่ เพื่อหวังหารายได้ระยะยาว และให้ใช้รูปแบบการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ โดยยืนยันที่จะใช้รูปแบบการพัฒนาไปทีละแปลงแบบเดิม
ทั้งนี้ ได้ศึกษารายละเอียดความเหมาะสมมาพร้อมแล้ว เนื่องจากมูลค่าสถานีกลางบางซื่อทั้งแปลงนับหลายแสนล้านบาท หากนำมาพัฒนาแปลงใหญ่ในโครงการเดียวนั้นอาจไม่เกิดการแข่งขันและจะเปิดทางให้เอกชนรายใหญ่เพียงไม่กี่รายในประเทศที่มีความพร้อมลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม รฟท.ตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดประมูลที่ดินมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท ภายในปีนี้ ประกอบด้วย ที่ดินสถานีกลางบางซื่อบริเวณ กม.11 พื้นที่ 350 ไร่ วงเงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท และที่ดินบางซื่อแปลงเอ ขนาด 32 ไร่ มูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) ต่อไป
นายอานนท์ กล่าวว่า หากต้องรื้อแผนพัฒนาสถานีกลางบางซื่อไปจะต้องกลับไปเริ่มต้นตั้งแต่การจ้างเอกชน เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่สถานีกลางในรูปแบบแปลงใหญ่อาจต้องอาศัยเวลาดำเนินการ แต่ยังยืนยันว่า รฟท.จะเป็นผู้ดูแลแผนการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเหมือนเดิม
ด้าน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม กล่าวภายในงานสัมมนาพลิกโฉมมหานครกรุงเทพฯ หรือเมกา มูฟ ว่าสถานีกลางบางซื่อคาดจะเปิดบริการต้นปี 2563 ถือว่าเป็นจุดเชื่อมศูนย์กลางระบบรางที่จะมีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าและรถไฟชานเมือง มีพื้นที่มากกว่าสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะเป็นอาคาร ผู้โดยสารที่ใหญ่บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ตัวสถานีมีรางรถไฟเชื่อมต่อมากกว่า 24 ราง แบ่งเป็นชั้นละ 12 ราง ซึ่งยังไม่รวมเส้นทางเชื่อมต่อรถไฟใต้ดินอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงคมนาคมมีแผนจะสร้างทางเดินลอยฟ้า (สกายวอล์ก) จากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตไปยังอาคารสถานีกลางบางซื่อระยะทาง 2 กิโลเมตร ถือเป็นสกายวอล์กที่ยาวเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยจะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวไว้พักผ่อนหย่อนใจรวมถึงพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ระหว่างทางเพื่อสร้างรายได้







