posttoday
เปลี่ยนแปลงอย่างไรดี

เปลี่ยนแปลงอย่างไรดี

20 กุมภาพันธ์ 2561

ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)ถูกพูดถึงบ่อยมากเลยเรื่องการปรับตัวขององค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่ให้ "เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี" ที่ส่งผลให้รูปแบบการผลิต บริโภค และความต้องการพื้นฐานเปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงเวลาไม่กี่ปีให้หลังมานี้ การเกิดขึ้นของธุรกิจขนาดเล็กที่เรียกว่าสตาร์ทอัพ และการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่เรียกว่า Lean Business ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก คุ้นหูกันมากขึ้น และดูจะเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากสำหรับองค์กรใหญ่ๆ จนถึงกับต้องลงมาปรับตัว สร้างสตาร์ทอัพภายในองค์กร เพื่อให้คงระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และอยู่รอดในสภาวการณ์แบบนี้อย่างเร่งด่วน

ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

ถูกพูดถึงบ่อยมากเลยเรื่องการปรับตัวขององค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่ให้ "เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี" ที่ส่งผลให้รูปแบบการผลิต บริโภค และความต้องการพื้นฐานเปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงเวลาไม่กี่ปีให้หลังมานี้ การเกิดขึ้นของธุรกิจขนาดเล็กที่เรียกว่าสตาร์ทอัพ และการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่เรียกว่า Lean Business ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก คุ้นหูกันมากขึ้น และดูจะเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากสำหรับองค์กรใหญ่ๆ จนถึงกับต้องลงมาปรับตัว สร้างสตาร์ทอัพภายในองค์กร เพื่อให้คงระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และอยู่รอดในสภาวการณ์แบบนี้อย่างเร่งด่วน

ว่ากันว่าถ้าคิดจะแข่งขันในยุคดิจิทัล เราต้องปลดปล่อยทั้งกลยุทธ์ โครงสร้างองค์กร และคนของเราให้มีอิสระมากกว่าเดิม (อย่างมาก)

สำหรับธุรกิจหรือองค์กรที่มีเซนส์ของความเร่งด่วนนี้ (Sense of Urgency) ก็คงจะปรับตัวกันไปบ้างแล้ว ใครยังไม่ปรับก็อย่าได้ชะล่าใจ เพราะข่าวร้ายคือการเปลี่ยนแปลงนี้มันไม่ถาวร แถมยังจะเกิดขึ้นบ่อยๆ เร็วๆ คาดเดาไม่ได้ ถ้ายังทำงานด้วยวิถีแบบเดิมๆ ข่าวร้ายอย่างที่สองคือ แม้จะมีเซนส์ของการเปลี่ยนแปลง แต่การทำให้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติได้ต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยถึง 18 เดือนในองค์กรปกติทั่วไป

แต่เราก็ยังมีข่าวดี เพราะเมื่อ "เทคโนโลยี" มาสร้างการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง เราก็ต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ โดยนำมาใช้เพื่อทำให้องค์กรเท่าทันการเปลี่ยนแปลง และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริงเช่นกัน!!!

หากจะวิเคราะห์กันให้ดี การเป็นสตาร์ทอัพเพียงในนามอาจจะไม่ใช่ คำตอบที่ยั่งยืนของการปรับตัว แต่เป็นเรื่องของการสร้างองค์กรที่ (1) ปรับตัวได้เร็ว (2) ตอบสนองความต้องการของตลาดได้ (3) มีความยืดหยุ่นสูงต่อโอกาส และความท้าทายที่ผุดขึ้นแบบไม่มีที่มาที่ไปได้ พูดให้ง่ายคือองค์กรเองต้องพร้อมต่อการใช้งานเทคโนโลยี ความพร้อมในที่นี้หมายถึงความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ขององค์กรที่เข้มแข็ง เข้าใจวัตถุประสงค์ คุณค่า การดำรงอยู่ขององค์กรตนเอง และรูปแบบความสัมพันธ์ขององค์กรตนเองที่มีต่อสังคมได้อย่างชัดเจน รวมถึงความสามารถในการตัดสินใจ ที่ทำได้อย่างรวดเร็ว โดยต้องลองย้อนกลับไปมองเรื่องโครงสร้างขององค์กรว่าพร้อมให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วได้หรือไม่

ประเด็นนี้อยากชวนให้ลองจินตนาการว่า หากในหน่วยงานเรามีระบบวิเคราะห์ข้อมูลและช่วยตัดสินใจ (Data Analytics & Intelligent Decision Support System) ที่สุดยอด มีการจัดเก็บข้อมูลจากทุกๆ ส่วนการผลิต การขนส่ง รวมไปถึงความพึงพอใจเมื่อส่งมอบให้ลูกค้า มีระบบวิเคราะห์ที่รายงานผลแบบนาทีต่อนาที แต่ผลการวิเคราะห์เหล่านี้กลับไปกระจุกตัวที่ คอขวดของลำดับชั้นการตัดสินใจ (Line of command) คงไม่ทันกิน จริงไหม?

นอกจากนี้ องค์กรต้องมีคนที่ "เก่งพร้อมที่จะพัฒนาและปรับตัว" อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ รูปแบบการพัฒนาบุคลากรแบบเฉพาะตัว (Personalize Talent Program) ได้ ซึ่งจะให้ผลดีทั้งในเชิงค่าใช้จ่ายต่อหัวที่จะลดลงเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้ ซึ่งเกิดจากการพัฒนาบุคลากรได้ตรงจุด ช่วยเสริมจุดแข็ง รวมไปถึงการปลดปล่อยความสามารถเด่นของพนักงานแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ หมดยุคของ One Size Fit All ที่ไม่สอดรับความเป็นจริงและความต้องการของลูกค้าทั้งภายนอก ลูกค้าภายใน ในยุคปัจจุบันอีกต่อไป

พูดถึงตรงนี้ผู้อ่านอาจรู้สึกหวั่นใจว่ามันจะทำได้จริงหรือ? ปลอดภัยหรือไม่ที่จะตัดสินใจแบบรวดเร็ว? แต่เราไม่มีทางเลือกอีกแล้ว นอกจากการเริ่มจัดเก็บข้อมูล แล้วนำมาวิเคราะห์ตลอดทั้งห่วงโซ่ นำผลวิเคราะห์กลับไปปรับปรุงทั้งการตัดสินใจ และการออกแบบกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและรวดเร็วมากเท่าที่จะเป็นไปได้

ทั้งหมดนี่เป็นไปได้ เพราะเทคโนโลยี Advanced Analytics และการประยุกต์ใช้ Artificial Intelligence เริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น จะขาดก็แต่การหาทีมวิจัยและพัฒนามือฉมังมาช่วยจัดการเทคโนโลยีเหล่านี้ให้กับองค์กรเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน