posttoday
เปิดเผยแหล่งที่มาของเงินจากต่างประเทศ

เปิดเผยแหล่งที่มาของเงินจากต่างประเทศ

06 กุมภาพันธ์ 2561

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดขององค์กรภาคเอกชนของไทยในวงการต่างๆ ที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ผ่าน "กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย" หรือ เอ็นอีดี โดยอ้างถึงความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าวว่า คัดลอกมาจาก "รายงานประจำปี 2560 ของเอ็นอีดี" ที่เปิดเผยว่า องค์กรภาคเอกชนของไทยอะไรบ้างที่รับเงินมา แต่ในรายงานเขียนชื่อองค์กรไทยเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นสื่อไทยคงต้องหาชื่อภาษาไทยเพราะองค์กรไทยก็ต้องใช้ชื่อภาษาไทยและมีภาษาอังกฤษกำกับเพื่อการติดต่อและขอรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ มีการระบุตัวเลขเงินที่กองทุนจ่ายให้อย่างชัดเจน เรื่องนี้ถือว่าเป็นฮือฮากันมากในสื่อออนไลน์ เพราะมีการเผยแพร่ทั้งในเฟซบุ๊ก มีการโพสต์และแชร์กันมากมายในไลน์อีกทั้งสื่อโทรทัศน์ เช่น ฐานเศรษฐกิจได้นำประเด็นนี้มาวิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดขององค์กรภาคเอกชนของไทยในวงการต่างๆ ที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ผ่าน "กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย" หรือ เอ็นอีดี โดยอ้างถึงความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าวว่า คัดลอกมาจาก "รายงานประจำปี 2560 ของเอ็นอีดี" ที่เปิดเผยว่า องค์กรภาคเอกชนของไทยอะไรบ้างที่รับเงินมา แต่ในรายงานเขียนชื่อองค์กรไทยเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นสื่อไทยคงต้องหาชื่อภาษาไทยเพราะองค์กรไทยก็ต้องใช้ชื่อภาษาไทยและมีภาษาอังกฤษกำกับเพื่อการติดต่อและขอรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ มีการระบุตัวเลขเงินที่กองทุนจ่ายให้อย่างชัดเจน เรื่องนี้ถือว่าเป็นฮือฮากันมากในสื่อออนไลน์ เพราะมีการเผยแพร่ทั้งในเฟซบุ๊ก มีการโพสต์และแชร์กันมากมายในไลน์อีกทั้งสื่อโทรทัศน์ เช่น ฐานเศรษฐกิจได้นำประเด็นนี้มาวิจารณ์อย่างกว้างขวาง

เมื่อได้ชื่อภาษาไทยแน่นอนแล้ว เชื่อว่าสื่อไทยคงขุดคุ้ยเปิดเผยรายชื่อ ผู้บริหารองค์กรดังกล่าว แหล่งที่มาของเงินสนับสนุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากรับเงินจากต่างประเทศก็ต้องถามว่ารับมาจากองค์กรใด ประเทศใด นำมาทำกิจกรรมอะไรบ้าง หรือเปิดเผยรายงานประจำปีต่อประชาชนซึ่งจะเป็นการลดความระแวงสงสัยของสังคมและเป็นผลดีกับองค์กรนั้นเอง

เงินของกองทุนพัฒนาประชาธิปไตยได้รับการจัดสรรโดยรัฐสภาของอเมริกัน แฝงไว้ในงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ การใช้ชื่อ "กองทุน" ดูดีกว่าที่จะเป็นงบจากหน่วยงานของรัฐ เพราะองค์กรที่รับทุนก็สามารถพูดได้ว่าได้รับจากกองทุน ไม่ใช่จากรัฐบาลสหรัฐ ส่วนคำว่า "พัฒนาประชาธิปไตย" นั้น ไม่มีใครว่าได้เพราะใครๆ ก็ชอบประชาธิปไตย อีกทั้งเป็นค่านิยมอเมริกันที่ต้องการเผยแพร่ประชาธิปไตยไปยังทั่วโลก กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย หรือ เอ็นอีดี จึงเป็นคำอำพรางที่ดูดี การขอเงินสนับสนุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากอเมริกันนั้น คนที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่หาหัวข้อให้ตรงกับนโยบายของสหรัฐ ตรงกับค่านิยมสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตย การปกป้องสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ การต่อต้านการค้ามนุษย์ เป็นต้น แล้วเขียน โครงการสวยๆ เป็นภาษาอังกฤษให้ดูน่าเชื่อถือ ระบุถึงปัญหาในประเทศไทย ใส่สีตีไข่ให้เมืองไทยดูแย่ แล้วเสนอวิธีการเฝ้าดู ตรวจสอบ การแก้ไขปัญหา จากนั้นหาคนที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักของสังคมให้การรับรอง ก็มีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาและอนุมัติ รายงานผลงานประจำปีขององค์กรที่รับเงินจากอเมริกาหรือจากต่างประเทศจะเต็มไปด้วยข้อบกพร่องต่าง ๆ เหมือนกับรัฐบาลไทยไม่ทำอะไรเลย เพื่อให้องค์กรมีน้ำหนักในการขออนุมัติโครงการในปีต่อๆ ไป

เป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลอเมริกัน (เช่นเดียวกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ) ต้องการมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย เพื่อให้ดำเนินนโยบายต่างประเทศ

สอดคล้องหรือสนับสนุนท่าทีของอเมริกัน วอชิงตันพยายามคุมรัฐบาล "มิตรประเทศ" ผ่านความช่วยเหลือด้านต่างๆ ที่มีเงื่อนไข ซึ่งหมายถึงว่าประเทศนั้นต้องดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ หากไม่ทำตามหรือทำท่าขัดขืน หรือมีท่าทีใกล้ชิดกับฝ่ายตรงข้าม สหรัฐจะล้มรัฐบาลชุดนั้นทันทีทั้งผ่านวิธีการรัฐสภาและนอกระบบรัฐสภา โดยมี ซีไอเอเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนองตอบนโยบายต่างประเทศโดยเฉพาะการล้มรัฐบาลประเทศต่างๆ มีข่าวว่า ซีไอเอเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารในไทยอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนผู้นำจากคนที่ชักจะไม่เชื่อฟังมาเป็นผู้นำที่ "คุยกันรู้เรื่อง"ซีไอเอและยูเสด เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติงานลับสนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศ

ซีไอเอจะจัดตั้ง "สายลับอิทธิพล" (Agent of Influence) ซึ่งเป็นผู้นำทางการเมือง ข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจ นายทหารยศสูง ที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงให้สอดคล้องกับ ผลประโยชน์ของสหรัฐ สายลับอิทธิพลเหล่านี้มีทั้งประเภทที่ "รู้ตัว" ว่าทำงานให้ซีไอเอและประเภท "ไม่รู้ตัว" โดยได้รับผลประโยชน์จากสหรัฐซึ่งอาจเป็นการสนับสนุนด้านการเมือง หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจการค้า ฯลฯ เพื่อกดดันให้รัฐบาลไทยมีนโยบายต้องสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ นอกจากนี้มีการวางแผนสร้างผู้นำ ล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ ขาดช่วง บางคนอาจถูกเก็งตัวไว้ตั้งแต่ยังเป็น "นักกิจกรรม" หรือนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

พูดอย่างเป็นธรรม การที่ประเทศมหาอำนาจจะรีครูตผู้นำท้องถิ่นเป็นสายลับอิทธิพลที่ทำการอันสอดคล้องกับผลประโยชน์ของเขาก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือคนไทยที่ยอมตนตกเป็นเหยื่อของต่างชาติโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่า ขณะเดียวกันการที่องค์การภาคสังคมที่รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐบาลไทยไม่ค่อยมีเงินให้ ไม่มีกองทุนต่างๆ สนับสนุน การทำโครงการขอรับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศจึงเป็นวิธีหนึ่งเพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมได้ ถือว่าเป็นเรื่องดีเสียอีกหากการขอรับเงินนั้นเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์และไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ และไม่ใช่รับเงินฝรั่งมาด่าเมืองไทยหรือก่อความวุ่นวายในประเทศ

หลังจากมีการเปิดโปงกรณีองค์กรภาคเอกชนรับเงินสนับสนุนจากกองทุนบังหน้าของอเมริกัน และปรากฏว่า บางองค์กรมีความเคลื่อนไหวในลักษณะที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ สังคมเริ่มตื่นตัวและเรียกร้องให้องค์กรเอกชนที่รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยเริ่มจากกองทุนอเมริกันก่อน เปิดเผยแหล่งที่มาของเงินให้สังคมได้รับทราบรวมทั้งกิจกรรมที่ทำ หรือจะเปิดเผยรายงานประจำปีอย่างที่เอ็นอีดีทำก็ได้ เพื่อให้เกิด "ความโปร่งใสและตรวจสอบได้" ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล นอกจากเพื่อคลายความสงสัยของสังคม ยังเป็น ผลดีกับองค์กรนั้น ๆ เอง

นอกจากนั้น สังคมได้เรียกร้องให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาอย่างจริงจังและ เร่งด่วน ในการกำหนดมาตรการการเปิดเผยแหล่งที่มาของเงินจาก ต่างประเทศ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพูดกันมากถึงบางองค์กรภาคเอกชนที่รับเงินจากต่างประเทศเคลื่อนไหวร่วมกับเจ้าของเงินในการ ต่อต้านสถาบันเบื้องสูง สนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ดังนั้นหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องควรทำความกระจ่างต่อสังคมในเรื่องข้างต้น ทั้งนี้ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้ห้ามการรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศเพื่อการตรวจสอบและพัฒนา แต่ไม่ใช่เพื่อการบ่อนทำลายและก่อความวุ่นวายทางการเมือง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่