
ไป่ตู้ดึงไทยเจาะจีนเพิ่ม
ไป่ตู้เร่งทำตลาดไทย เผยยอดเจาะนักท่องเที่ยวจีนมีแค่ 10% ชี้เตรียมใช้กลยุทธ์นี้ไปไต้หวัน ญี่ปุ่น
ไป่ตู้เร่งทำตลาดไทย เผยยอดเจาะนักท่องเที่ยวจีนมีแค่ 10% ชี้เตรียมใช้กลยุทธ์นี้ไปไต้หวัน ญี่ปุ่น
น.ส.พัชรพร สิริทรัพย์วงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ไป่ตู้ ประเทศไทย เผยว่า ธุรกิจในไทยยังมีการทำตลาดเจาะออนไลน์จีนน้อย ทั้งที่ นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยมากเป็นอันดับต้นๆ ของนักเดินทางทั้งหมด และภาคธุรกิจเองก็มีการทำตลาดออนไลน์เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเพียง 10% เท่านั้น ทำให้ยังมีโอกาสอีกมากสำหรับธุรกิจในไทยที่ต้องการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน
ด้านการค้นหาข้อมูลผ่านไป่ตู้ของคนจีนมีมากถึง 95% ของประชากรอินเทอร์เน็ต และกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) ที่เดินทางมาไทยจะค้นหาข้อมูลก่อนเดินทาง และเมื่อมาถึงไทยก็ยังใช้ไป่ตู้ค้นหาข้อมูล แต่ข้อมูลในระบบของธุรกิจในไทยยังมีจำกัด เพราะแบรนด์ยังไม่ทำตลาดมาก อาจเพราะไม่ชำนาญตลาดและไม่เก่งภาษาจีน ทำให้เสียโอกาส
ทั้งนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระจะใช้จ่ายต่อหัว 3-4 หมื่นบาท/การอยู่ท่องเที่ยว ในไทยนาน 3-4 วัน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักไม่รวมการช็อปปิ้ง จะเห็นได้ว่า กลุ่ม เอสเอ็มอีที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว เอนเตอร์เทนเมนต์ ยังมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าจีนอีกมาก เพราะตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนมีข้อมูลแบบปากต่อปากธุรกิจเป็นกลุ่มเดิมๆ หาก รายย่อยสร้างโอกาสเข้าถึงนักท่องเที่ยว จีนได้จะยิ่งเพิ่มการใช้จ่ายใหม่มากขึ้น
น.ส.พัชรพร กล่าวว่า การเป็นที่ปรึกษาและวางแผนการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในจีนของไป่ตู้แอคเซสนั้น ประเทศไทยถือว่าเป็นแห่งแรกที่ขยายธุรกิจรูปแบบนี้ เพราะในจีนไป่ตู้จะให้บริการเทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งยอมรับว่าคนไทยนิยมค้นหาผ่านกูเกิลมากกว่า ทำให้บริษัทต้องมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ และความแข็งแรงของไป่ตู้คือการมีฐานลูกค้าในจีนมหาศาลเข้ามาใช้งาน รวมทั้งมีเครื่องมืออีกมากที่จะช่วยตอบโจทย์ภาคธุรกิจที่ต้องการหาช่องทางขายใหม่ๆ
"ไป่ตู้แอคเซส จะเดินหน้าธุรกิจด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ บริการการประชาสัมพันธ์ผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการสร้างเนื้อหาโฆษณาผ่านกลุ่มผู้มีอิทธิพลประเภทต่างๆ และบริการทางการตลาดเชิงผลประกอบการ ซึ่งหลังจากปรับรูปแบบการให้บริการมา 1 ปี บริษัทก็เริ่มมีรายได้เชิงกำไรบ้างแล้ว รวมทั้งมองว่าจะเดินหน้ากลยุทธ์ดังกล่าว เพื่อเป็นรายได้หลักของบริษัทสำหรับสาขาในประเทศไทย"
บริษัทมีแผนจะขยายรูปแบบการบริการดังกล่าวไปยังไต้หวันภายในปีนี้ โดยจะมีทีมงานในไทยเข้าไปช่วยเหลือทางด้านข้อมูลและกลยุทธ์ต่างๆ รวมทั้งมีแผนจะนำกลยุทธ์เดียวกันนี้ไปยังประเทศญี่ปุ่นด้วย เพียงแต่การจับตลาดในแต่ละประเทศจะโฟกัสแตกต่างกัน เช่น ในไทยจะเน้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงพยาบาลและโทรคมนาคม ส่วนไต้หวันจะเป็นเชิงจับคู่ธุรกิจ







