
เกาะแห่งการเรียนรู้
ยุทธศาสตร์ชาติ ระบุว่า ทะเลมีความสำคัญสูงยิ่ง การรักษาทะเลต้องเริ่มจากการเรียนรู้เกี่ยวกับทะเล
โดย ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์อาจารย์ประจำคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ยุทธศาสตร์ชาติ ระบุว่า ทะเลมีความสำคัญสูงยิ่ง การรักษาทะเลต้องเริ่มจากการเรียนรู้เกี่ยวกับทะเล จึงเห็นควรให้มี "สถานีทะเลศึกษา" ครบทุกจังหวัดชายฝั่ง เพื่อให้พ่อ แม่ ลูก และผู้คนทุกฝ่ายมีโอกาสได้เรียนรู้จากของจริง นอกเหนือไปจากการอ่านในตำราเพียงอย่างเดียว
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมจึงไปทำงานร่วมกับอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาและผู้คนที่นั่น เราตั้งใจจะสร้าง "เกาะแห่งการเรียนรู้" ให้เป็นสถานีทะเลศึกษาแห่งแรกของไทย โดยเลือกเกาะละวะ เกาะที่อยู่ในอุทยานเป็นเป้าหมาย เพราะที่นี่มีธรรมชาติสมบูรณ์ ไม่ไกลจากแหล่งชุมชนและแหล่ง ท่องเที่ยวโดยรอบในรัศมี 30 กิโลเมตร มีผู้คนอยู่กว่าแสนคน ตั้งแต่ชาวบ้านหลาย อบต.รอบอ่าวพังงา ไปจนถึงชุมชน ท่องเที่ยวขนาดยักษ์
เช่น เกาะภูเก็ต การเดินทางยังสะดวกและประหยัด สามารถมาได้ทุกฤดูกาล เพราะอยู่ในอ่าวคลื่นลมสงบ จากหมู่บ้านใกล้สุด นั่งเรือหางยาวเพียง 10 นาที หรือจะมาจากท่าเรืออ่าวปอโดยใช้เรือเร็วก็ 10 นาทีเช่นกัน เราแบ่งจุดศึกษาเป็น 3 สถานี ได้แก่ สถานีเกาะ สถานีทะเล และสถานีมนุษย์กับทะเล ทั้ง 3 สถานีมีบอร์ด ข้อมูล วิทยากร ฯลฯ
แต่ที่สำคัญสุดคือทุกแห่งอยู่ห่างกันเพียงนิดเดียว เมื่อเด็กๆ เดินทางไปถึง พวกเขาจึงรู้สึกว่าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง เพราะรอบตัวเขาในรัศมี 200 เมตร มีทั้งป่าชายหาด ป่าดิบชื้น ภูเขา หาดทราย หาดหิน ไม้ชายเลน แหล่งหญ้าทะเล และ แนวปะการัง ยังมีการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่ผู้คนไม่ล้นหลาม มีการจัดการอย่างดีเยี่ยมของอุทยาน ทั้งการแบ่งโซน ทุ่นบอกเขต และแนวทางจัดการอื่นๆ
หัวใจสำคัญของเกาะแห่งการเรียนรู้ คือเราไม่ต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ไม่ต้องเสียเวลาหรือเสียเงินมากมายอันเป็นอุปสรรคสำคัญของการศึกษาธรรมชาติ มาที่นี่แห่งเดียวได้ครบจบทุกอย่างแน่นอนในเวลาเพียง 1 วัน หรือหากอยากค้างแรมก็มีเต็นท์จากอุทยานให้บริการ
ผมกำลังพยายามเติมสถานีศึกษาเรื่องพลังงานสะอาด และปัญหาขยะทะเล เราจะติดตั้งแผงโซลาร์เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้ ที่มาของไฟฟ้ายุคใหม่ และติดตั้งเครื่องทำก๊าซชีวภาพจากขยะเปียกและเศษอาหาร สำคัญที่สุดคือที่นี่ไม่ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
แต่เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ เราจึงกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว ไว้ให้ไม่เกิน 100 คนต่อช่วงเวลา และจะเริ่มอำนวยความสะดวกกับเด็กๆ และผู้คนรอบอ่าวพังงา โดยมีบริการพาคนท้องถิ่นไปเกาะเดือนละ 1-2 ครั้ง ทุกอย่างฟรีหมด เพื่อให้เกาะละวะเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่แท้จริง
"เมื่อรู้จักจึงรักได้" ผมยืนยันแนวคิดนี้เสมอมา และเกาะละวะ สถานีทะเลศึกษาแห่งแรกของไทย ก็จะมุ่งหน้าไปให้ถึงตรงนั้นให้ได้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวพังงาทุกคนครับ







