
วิศวกรคืนความสดใสให้กับท้องฟ้าเหนือกรุงปักกิ่ง
0000000บ่ายวันศุกร์ในเดือน ม.ค. 2017 หมอกควันพิษปกคลุมไปทั่วกรุงปักกิ่งดังที่เคยเป็นมาในหลายครั้งจนต้องประกาศเตือนภัย สั่งปิดสถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียน ห้ามรถยนต์เก่าวิ่งบนถนนเพื่อลดมลพิษ และสั่งให้อุตสาหกรรมหนักอย่างโรงรีดเหล็กหยุดการผลิต กิจกรรมทั่วทั้งเมืองแทบหยุดนิ่ง ช่วงเวลาไม่กี่วัน หลังจากนั้นประชาชนพยายามอยู่แต่ในบ้านและสวมหน้ากากหากต้องออกมาข้างนอก ชาวปักกิ่งรู้ดีว่าสถานการณ์หมอกควันครั้งนี้จะชะล่าใจไม่ได้เป็นอันขาด
0000000
บ่ายวันศุกร์ในเดือน ม.ค. 2017 หมอกควันพิษปกคลุมไปทั่วกรุงปักกิ่งดังที่เคยเป็นมาในหลายครั้งจนต้องประกาศเตือนภัย สั่งปิดสถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียน ห้ามรถยนต์เก่าวิ่งบนถนนเพื่อลดมลพิษ และสั่งให้อุตสาหกรรมหนักอย่างโรงรีดเหล็กหยุดการผลิต กิจกรรมทั่วทั้งเมืองแทบหยุดนิ่ง ช่วงเวลาไม่กี่วัน หลังจากนั้นประชาชนพยายามอยู่แต่ในบ้านและสวมหน้ากากหากต้องออกมาข้างนอก ชาวปักกิ่งรู้ดีว่าสถานการณ์หมอกควันครั้งนี้จะชะล่าใจไม่ได้เป็นอันขาด
ในปี 2014 นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับปัญหาของมลภาวะทางอากาศสร้างความหวังแก่ประชาชนที่จะได้เห็น "ท้องฟ้ากลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้ง" และตอนนี้ชาวปักกิ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์แล้ว
การหายใจที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ในชีวิตของคนหนึ่งคนมีอากาศผ่านเข้าปอดราว 250 ล้านลิตร หากอากาศปนเปื้อนมลพิษแม้เพียงเล็กน้อย สารพิษที่สะสมในร่างกายเป็นเวลานานอาจเป็นอันตรายอย่างมหันต์ได้
นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าหมอกควันเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น โรคหืด หลอดลมอักเสบ มะเร็งปอด รวมถึงอาการหายใจลำบากมาหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ได้เพิ่มเติมโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เข้าไปอีก ซึ่งได้แก่ ภาวะสมองเสื่อม น้ำหนักเกิน และภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ในแต่ละปีมีประชากรราว 7.2 ล้านคน เสียชีวิตก่อนเวลาอันควรเพราะหายใจเอาสารพิษเข้าไป ซึ่งทำให้ปัญหามลพิษทางอากาศกลายเป็นปัญหาหลักทางด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก
หมอกควันถือเป็นปัญหาสำคัญของจีน เมืองที่ประสบปัญหามลภาวะสูงสุด 16 อันดับแรกของโลก ตั้งอยู่ในประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่ราวๆ 1,400 ล้านคน เป็นเวลานานเกินครึ่งปีที่กรุงปักกิ่ง มีความ เป็นพิษของอากาศสูงเกินกว่าค่าวิกฤตที่นานาชาติกำหนดไว้ อากาศในวันที่เลวร้ายที่สุดบนถนน ซึ่งเต็ม ไปด้วยรถนั้นแย่กว่าการอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วย ควันบุหรี่เสียอีก
วิกฤตหมอกควันนี้เป็นผลมาจากการปล่อยมลพิษจากหลายแหล่งคาร์บอนไดออกไซด์มาจากปล่องควันโรงไฟฟ้า ท่อไอเสียรถยนต์ทำให้อากาศปนเปื้อนด้วยไนโตรเจนไดออกไซด์ อีกทั้งการใช้ปุ๋ยเคมีในภาคเกษตรกรรมก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดไอระเหยของแอมโมเนียก๊าซหลายชนิดต่างก็เป็นอันตรายในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่เมื่อมารวมกันก็ยิ่งสร้างก๊าซที่มีพิษร้ายมากขึ้น ผลงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาและจีนเมื่อปลายปี 2016 ชี้ให้เห็นว่า
เมืองที่มีทั้งอุตสาหกรรมหนักและสภาพการจราจรที่แออัดนั้นถูกก่อกวนจากสารประกอบซัลเฟตซึ่งอันตรายมาก สารนั้นเกิดจากซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในบรรยากาศที่มีไนโตรเจนไดออกไซด์ปนอยู่ในปริมาณมาก
อนุภาคขนาดเล็กคือปัญหาที่น่าหนักใจ
เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ปัญหาก๊าซพิษในบรรยากาศดูจะน่ากลัวน้อยลงไปเมื่อเทียบกับมลภาวะรูปแบบใหม่ นั่นคืออนุภาคที่มีขนาดเล็กมากจนสามารถทะลุทะลวงผ่านปอดเข้าไปในเส้นเลือด ซึ่งพาพวกมันไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายได้ ปี 1991 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่งได้ติดตามผู้ป่วยจำนวน 8,111 ราย เป็นเวลา 17 ปี พวกเขาชี้ให้เห็นว่าการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรใน 8 เมือง มีลักษณะการกระจายตัวที่ไม่เหมือนกัน โดยบริเวณที่มีมลภาวะจากอนุภาคขนาดเล็กในอากาศจะมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าปกติ ต่อมาในปี 1999 นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจอย่างมากคือ เมืองที่มีมาตรการรับมือกับมลภาวะในช่วง 8 ปีที่ผ่านมานั้นสามารถลดอัตราการเสียชีวิตก่อนเวลาลงไปได้อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้บอกเราว่ามันคุ้มค่าที่จะรีบแก้ปัญหา
ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์รู้ว่ายิ่งอนุภาคของหมอกควันมีขนาดเล็กลง พิษสงก็ยิ่งร้ายกาจมากขึ้น อนุภาคขนาดเล็กมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดเปอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นสารออกซิไดซ์ที่รุนแรงและมีความว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยา
กระบวนการออกซิเดชันก่อให้เกิดอันตรายต่อเซลล์ในร่างกายของเรา มันเร่งให้เซลล์เสื่อมสภาพและเปลี่ยนเซลล์ที่แข็งแรงให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง สารเปอร์ออกไซด์จะเข้าไปออกซิไดซ์สารเคมีอื่นที่อยู่ภายในเซลล์ เช่น ดีเอ็นเอ โครงสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์จนสารเคมีเหล่านั้นทำงานไม่ได้ ความพยายามในตอนนี้จึงมุ่งไปที่การวัดและลดปริมาณอนุภาคที่ก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งมีขนาดในช่วง "PM2.5" โดยที่ PM ย่อมาจากคำว่า ฝุ่นละออง (Particulate Matter) ขณะที่ 2.5 คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของอนุภาค ซึ่งมีค่าเฉลี่ยที่ 2.5 ไมโครเมตร หรือไมครอน ซึ่งขนาด 2.5 ไมครอน นั้นเทียบได้กับความหนาของเส้นผมที่ถูกซอยออกเป็น 30 ส่วนย่อยๆ
สภาพอากาศยิ่งซ้ำเติมปัญหา
หมอกพิษไม่ได้คุกคามต่อชาวจีนเท่านั้น มลภาวะทางอากาศยังเป็น 1 ใน 10 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยในสหภาพยุโรป จะมีก็แต่โรคที่เกิดจากวิถีชีวิต เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำหนักเกิน และผลจากการสูบบุหรี่เท่านั้นที่แซงหน้าการตายจากมลพิษทางอากาศไปได้ นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ชี้ว่าผู้คนจำนวนมากที่ปอดอ่อนแอออกนอกบ้านไม่ได้ในวันที่ปริมาณอนุภาคในอากาศมีค่าสูงมาก
อย่างไรก็ตาม แหล่งมลพิษที่สร้างปัญหาเรื่องหมอกควันไม่ได้ทำร้ายสุขภาพมนุษย์เท่านั้น หากยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกอีกด้วย อัตราการเกิดมลพิษที่สูงขึ้นมากในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ลมมรสุมรุนแรงอ่อนกำลังลง เนื่องจากอนุภาคขนาดเล็กในอากาศจะขัดจังหวะ การก่อตัวของมรสุม ซึ่งเกิดจากการที่ความชื้นในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำฝนตกลงมา
ยังมีผลกระทบที่เกิดขึ้นในทางตรงกันข้ามด้วยในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังซ้ำเติมให้ปัญหาหมอกควันในจีนรุนแรงขึ้นไปอีก โดยจะเห็นได้จากพื้นที่ต่างๆ ที่ถูกหมอกพิษปกคลุมมีความถี่ในการเกิดเพิ่มขึ้นและยังกินเวลาในแต่ละครั้งยาวนานกว่าเดิมด้วย สาเหตุของมันอยู่ไกลออกไปทางตอนเหนือที่ซึ่งทะเลน้ำแข็งกำลังหลอมละลายและส่งผลกระทบไปยังสภาพอากาศของหลายเขตภูมิอากาศทั่วโลก n







