
ฟินเทค และโอกาสของผู้มีรายได้น้อย
ธิปไตร แสละวงศ์RoLD fellow สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)หากเราเห็นว่าการเข้าถึงบริการทางการเงิน (โอนหรือชำระเงิน ฝากเงิน และขอสินเชื่อ) เป็นสิทธิของประชาชนทุกคน การสำรวจการเข้าถึงบริการทางการเงินของครัวเรือนไทยของธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2556 และ 2559 ชี้ว่ายังมีครัวเรือนอยู่ร้อยละ 3-4 ที่มีความต้องการบริการการเงินแต่ยังเข้าไม่ถึง
ธิปไตร แสละวงศ์RoLD fellow สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)
หากเราเห็นว่าการเข้าถึงบริการทางการเงิน (โอนหรือชำระเงิน ฝากเงิน และขอสินเชื่อ) เป็นสิทธิของประชาชนทุกคน การสำรวจการเข้าถึงบริการทางการเงินของครัวเรือนไทยของธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2556 และ 2559 ชี้ว่ายังมีครัวเรือนอยู่ร้อยละ 3-4 ที่มีความต้องการบริการการเงินแต่ยังเข้าไม่ถึง
หากพิจารณาเฉพาะการเข้าถึง สินเชื่อ สัดส่วนจะอยู่ที่ร้อยละ 6 โดยที่ครัวเรือนร้อยละ 80 ของกลุ่มผู้เข้าไม่ถึงบริการนี้เป็นผู้มีรายได้น้อยหรืออยู่นอกเขตเมือง
แม้ว่าครัวเรือนไทยจะเข้าถึง สินเชื่อในระบบมากขึ้น และพึ่งพาเงินกู้นอกระบบน้อยลงจากนโยบายช่วยเหลือของรัฐในช่วงอย่างน้อย 10 ปี ที่ผ่านมา เช่น นาโนไฟแนนซ์ กองทุนหมู่บ้าน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเข้าถึงบริการทางการเงินโดยเฉพาะการเข้าถึงสินเชื่อยังไม่ทั่วถึง และมีความเหลื่อมล้ำระหว่างครัวเรือนในเมืองและในพื้นที่ต่างจังหวัด
ด้วยข้อจำกัดที่ว่าครัวเรือนมีรายได้น้อยเกินไป อาชีพไม่มั่นคงหรือไม่มีทรัพย์ค้ำประกัน กลุ่มคนเหล่านี้จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงเกินไปที่สถาบันการเงินโดยเฉพาะธนาคารจะปล่อยกู้ให้ได้
ผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ในระบบบางส่วนจึงหันไปกู้ยืมผ่านแหล่งเงินกู้นอกระบบด้วยข้อจำกัดข้างต้นและอาจมีเหตุผลอื่น เช่น สะดวก รวดเร็ว แต่ว่าการกู้เงินนอกระบบในหลายกรณีก็ตามมาด้วยดอกเบี้ยที่สูง เงื่อนไขการกู้ยืมที่ไม่เป็นธรรม และโอกาสที่จะถูกทวงหนี้ด้วยความรุนแรง
แต่ข่าวดีที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคือการเกิดขึ้นของ "ฟินเทค" (เทคโนโลยีทางการเงิน) ที่จะช่วยให้คนไทยมีทางเลือกเข้าถึงบริการทางการเงินเพิ่มขึ้น เช่น ในเรื่องแหล่งสินเชื่อ การกู้เงินจะกระทำได้รวดเร็ว โดยที่ผู้กู้ไม่ต้องเดินทางมาธนาคาร ฟินเทคจะทำให้เกิดการแข่งขันให้วงการปล่อยสินเชื่อโดยที่ ผู้ให้กู้อาจไม่ใช่สถาบันการเงินแต่เพียงอย่างเดียว แต่บริษัทโทรคมนาคมและบริษัทค้าปลีกซึ่งมีฐานลูกค้าไม่น้อยกว่าสถาบันการเงินก็สามารถเข้ามาปล่อยสินเชื่อได้
นอกจากนี้ ฟินเทคยังเอื้อให้บุคคลทั่วไปได้กู้เงินกันได้มากขึ้น ซึ่งเรียกว่า Peer To Peer Ending การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอาจจะช่วยให้อัตราดอกเบี้ยลดลง อันถือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและธุรกิจขนาดเล็กอย่างยิ่ง
หนึ่งในองค์ประกอบหลักที่ทำให้ฟินเทคเกิดขึ้นได้นั้นคือข้อมูลซึ่งมาทำหน้าที่คล้ายหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือหลักฐานแสดงรายได้ งานวิจัยของบริษัท ป่าสาละ เรื่อง "การเติบโตของ Fintech กับโอกาสการสร้างเศรษฐกิจที่พัฒนาอย่างทั่วถึง" พบว่า ฟินเทคช่วยตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ขอกู้ ช่วยลดข้อจำกัดของผู้มีรายได้น้อยที่มักขาดประวัติทางการเงินที่น่าเชื่อถือพอที่จะกู้เงินกับสถาบันการเงิน
ฟินเทคจะเป็นช่องทางสร้างและเก็บข้อมูลที่สำคัญของผู้ขอกู้ เช่น ประวัติการชำระเงินในอดีต ข้อมูลการใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะช่วยให้ ผู้ให้กู้ลดต้นทุนในการติดตามลูกค้าและบริหารความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นที่มาของการคาดการณ์ว่าบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินจะสามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าของตัวเองมากขึ้น หากมีฐานลูกค้าและข้อมูลของลูกค้าเพียงพอ
การเกิดขึ้นของฟินเทคเป็นกระแสโลก และเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประเทศที่ประชาชนยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินหรือสินเชื่ออย่างทั่วถึงอย่างประเทศไทย โดยหวังว่าฟินเทคจะเป็นอีกบริการหนึ่งที่เพิ่มแหล่งเงินกู้หรือแหล่งเงินทุน ซึ่งไม่ใช่การขยายโอกาสทางสังคมเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจและทางเศรษฐกิจอีกด้วย
แม้ฟินเทคจะถูกคาดหวังว่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้มีรายได้น้อย แต่ในบริบทของไทยก็ยังมีความท้าทายรอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้ผลักดันให้โอกาสดังกล่าวเกิดขึ้น ความท้าทายที่ว่านี้มีอย่างน้อย 2 เรื่อง
เรื่องแรก ผู้ให้บริการฟินเทคอาจไม่สนใจตลาดผู้มีรายได้น้อย และยังไม่อาจแข่งขันกับธนาคารได้ งานวิจัยของบริษัท ป่าสาละ ฉบับข้างต้น พบว่า เอกชนที่ให้บริการฟินแทคที่มีอยู่ในประเทศไทย 66 ราย มีไม่ถึงครึ่งที่อาจจะสนใจตลาดผู้มีรายได้น้อย ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ให้บริการฟินเทคไม่น้อยเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือสตาร์ทอัพ การให้บริการปล่อยสินเชื่ออาจจะยังไม่เกิดการประหยัดจากขนาด และไม่มีความน่าเชื่อถือในสายตาของลูกค้า
เรื่องที่สอง ประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีการออกกฎเพื่อกำกับดูแลฟินเทคซึ่งยังถือเป็นเรื่องใหม่ ความท้าทายอยู่ที่ว่าทำอย่างไรให้การกำกับดูแลไม่ เข้มงวดจนไม่สามารถให้บริการใหม่ๆ ได้ แต่ก็ไม่หย่อนยานเสียจนเกิดการเอารัดเอาเปรียบลูกค้า และเกิดการ รั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
สำหรับผู้เขียนแล้วความท้าทายนี้ยังไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไรนัก เพราะ ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีความเข้าใจและสนับสนุนฟินเทคอยู่ในขณะนี้ n







