posttoday
เดรัจฉานวิชาในมิติที่ลึกซึ้ง

เดรัจฉานวิชาในมิติที่ลึกซึ้ง

28 มกราคม 2561

ในพรหมชาลสูตร พระพุทธองค์ ตรัสว่า ทรง “เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา”

โดย กรกิจ ดิษฐาน

ในพรหมชาลสูตร พระพุทธองค์ ตรัสว่า ทรง “เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา” ติรัจฉานวิชา หรือเดรัจฉานวิชาคืออะไรบ้าง ก็เช่น วิชาพยากรณ์ว่าดาวโน้นราศีนี้จะส่งผลต่อชะตาชีวิตอย่างไร หรือหากินกับการดูฤกษ์ดูยาม หรือ “ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือน” หรือ “พ่นน้ำมนต์ รดน้ำมนต์” กระทั่งรักษาคนด้วยวิธีการต่างๆ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ไม่ทรงทำ

ถ้าอย่างนี้ดูเหมือนว่าพระสงฆ์องค์เจ้าจะเข้าข่ายเล่นเดรัจฉานวิชากันหมด

แต่เราต้องอ่านพระสูตรนี้ดีๆ โดยเฉพาะคำว่า “เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ” ตรงนี้สำคัญมาก ถ้าไม่ได้หากินกับวิชาเหล่านี้ก็แล้วไป แต่หากพระสงฆ์ใช้วิชาเหล่านี้หากิน ผมว่าละเมิดมหาศีลของพระศาสดาแล้ว

ที่จริงมันมีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างโปรดสัตว์กับหากินกับติรัจฉานวิชา ถ้าแบ่งพลาดก็ไม่ใช่การโปรดสัตว์ แต่เป็นการแสวงหาอามิสโปรดตัณหาตัวเอง

ในยุคของเรามีโหรวิเศษหลายท่านเป็นพระสงฆ์ เช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) วัดสระเกศ กับพระภัทรมุนี (อิ๋น) วัดทองนพคุณ โดยเฉพาะท่านหลังนั้น ศ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก เคยแย้งว่า โหราศาสตร์เป็นติรัจฉานวิชชา แต่ท่านเจ้าคุณภัทรมุนี ตอบว่า (ตามข้อเขียนของ ศ.เสฐียรพงษ์ ) “ถ้าเอาคำจำกัดความว่า ติรัจฉานวิชชาคือ วิชชาที่ขวางต่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน เณรเรียน
นักธรรมบาลี ก็เข้าเกณฑ์นี้ทั้งนั้น”

แสดงว่าก่อนจะว่าพระท่านเล่นเดรัจฉานวิชาต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน ยิ่งถ้าท่านทำไปเพื่อช่วยสัตว์แล้วยิ่งไม่น่าจะใช่

สมัยโบราณพระสงฆ์ที่ไปประกาศธรรมมักมี “อาวุธ” 2 อย่าง คือ วิชาตรรกศาสตร์กับวิชามายาการ วิชาตรรกศาสตร์นั้นท่านไว้สู้กับพวกอินทรีย์ละเอียดเก่งเจ้าคิดเจ้าค้นเรื่องปรัชญา ส่วนวิชามายาการท่านเอาไว้ปราบมิจฉาทิฐิอินทรีย์หยาบ ยังมีวิชาการแพทย์ วิชาโหราไว้ช่วยชาวบ้านอีก มหาวิทยาลัยสงฆ์ใหญ่ๆ เช่น นาลันทา ล้วนแต่สอนวิชาที่ว่า

วิชามายาการไม่ใช่ไสยศาสตร์ มายามันก็คือมายาวันยังค่ำ แต่ท่านใช้มายากระตุ้นให้คนหลงเห็นสัจจะนั่นเอง

ผมขอยกตัวอย่างในจีนเพราะถนัดเรื่องนี้

ในสมัยราชวงศ์ถังสำนักวัชรยานเฟื่องฟูมาก พระอโมฆวัชระ เป็นบูรพาจารย์สำนักนี้ ท่านขึ้นชื่อนักเรื่องอิทธิฤทธิ์อภิญญา ทั้งแต่งตำราดูดาวนพเคราะห์ตำรับจีน ในสมัยพระเจ้าถังเสวียนจง ท่านถูกฮ่องเต้จับประลองวิชากับโหรหลวงด้วยสุดยอดวิทยายุทธ์มายาการ จนอีกฝ่ายต้องยอมสยบ คราวที่พวกคนเถื่อนทางตะวันตกยกทัพมารุกรานต้าถัง ท่านก็ใช้วิชาเรียกทัพเทวราชมาช่วยรบ (เกจิอาจารย์ไทยก็เก่งเรื่องนี้) คราวที่แผ่นดินแห้งแล้งท่านก็ทำพิธีขอฝน ฝนตกหนักท่านก็หยุดได้ หรือช่วงไหนไม่ควรขอฝนท่านจะแย้งว่าไม่อาจทำได้ แสดงว่าวิชาการเกี่ยวข้องกับการดูดินฟ้าอากาศ

ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือท่านเป็นเกจิอาจารย์ขมังเวทท่านหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันท่านก็ยังเป็นยอดนักปราชญ์แปลพระสูตรคัมภีร์กว่า 77 เรื่อง อัญเชิญคัมภีร์มายังแผ่นดินจีนกว่า 500 เล่ม นับเป็นคณาจารย์รุ่นสุดท้ายที่ประกาศพระพุทธศาสนาในจีน

ที่จริงพระอโมฆวัชระท่านเน้นบุ๋น แต่เพื่อปราบมิจฉาทิฐิบางครั้งต้องอาศัยวิชาบู๊ (คือมายาการ) เข้าช่วย และเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์บางครั้งต้องอาศัยวิชาดูดวงดาวลมฝนลมฟ้าช่วยบรรเทา เช่นเดียวกับพระกุมารชีวะ ที่แปลพระสูตรมากมาย ท่านก็ใช้วิชามายาการทำให้คนศรัทธาเช่นกัน หรือพระฝ่าจั้ง ที่เก่งกาจในเรื่องปรัชญามาก แม้แต่นักคิดตะวันตกยังให้การยอมรับอย่างยิ่ง แต่ท่านก็ยังเก่งเรื่องมายาการ เคยใช้วิชาเรียกทัพโพธิสัตว์มาช่วยพระนางบูเช็กเทียนรบกับพวกคี่ตัน จนพระนางอุทานด้วยความศรัทธาในพุทธานุภาพ

ในยุคปัจจุบันมีพระเถระถานซวี่ ผู้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในจีนภาคเหนือ ตอนที่ท่านไปฟื้นฟูศาสนาที่ปักกิ่ง ศาสนาอ่อนแอมาก แต่เผอิญท่านผู้จักซินแสท่านหนึ่ง ต่างแลกเปลี่ยนความเห็นและวิชาความรู้กัน พวกศิษย์ติงว่าท่านเป็นพุทธศาสนิกชนไม่ควรไปยุ่งกับพวกหมอดู แต่ท่านกลับเรียนวิชาจากเขา ปรากฏว่าท่านใช้วิชาเหล่านี้ช่วยเหลือญาติโยม จนคนกลับมาฟังธรรมกันมากอีกครั้ง

งานหลักของท่านเหล่านี้ คือ ประกาศพุทธธรรม มายาเป็นเพียง “ของล่อเด็กน้อยให้พ้นจากบ้านที่กำลังไฟไหม้” จุดประสงค์ของโหรา มายา มนตรา ล้วนแต่เพื่อช่วยให้คนรู้น้อย ให้เกิดศรัทธาตั้งมั่นเสียก่อน เมื่อมีศรัทธาแล้วก็พร้อมศึกษาพระธรรมที่ลึกซึ้งต่อไป

เมื่อมีศรัทธารู้หลักคำสอนจริงๆ ของพระพุทธศาสนาแล้ว จะพบว่าโหราศาสตร์และการเคลื่อนของดวงดาวไม่อาจกำหนดชะตาชีวิตผู้คนได้ วิชาเหล่านี้เป็นเพียงการพยากรณ์คร่าวๆ เหมือนกับพยากรณ์อากาศ โอกาสจะถูกก็มี แต่ผิดก็มาก ดวงชะตาคนที่ปรากฏในวิชาโหราศาสตร์นั้นเป็นเพราะกรรมในวันก่อนๆ สะท้อนออกมา ดังนั้นถ้าทำกรรมดี ชะตาไม่ดีก็อาจเปลี่ยน ตรงกันข้าม แม้หมอดูจะบอกว่ามีชะตาที่ดี แต่ถ้าทำกรรมชั่ว ผลก็จะชั่วตามไปด้วย เรื่องนี้ทั้งพระฝ่ายเถรวาทและมหายานล้วนยืนยันตรงกัน

เรื่องดวงกับกรรมนั้นร้อยรัดเป็นข่ายอันซับซ้อนยากที่จะทำนายให้แน่ชัดได้ แม้แต่โหราศาสตร์ใหญ่ที่ว่าแน่ๆ ยังพลาดมาแล้วนักต่อนักเพราะผลกรรมมาหักดวง

ดังนั้น การที่ทำนายได้แน่นอนคือ ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว

ทิ้งท้ายอีกครั้งว่า ที่จริงมันมีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างโปรดสัตว์กับหากินกับติรัจฉานวิชา ขึ้นอยู่กับว่าเจตนาของเจ้ากูกับญาติโยมเป็นอย่างไร 

ข่าวล่าสุด

ศึกชิงแชมป์เจ้าแห่งพลังงาน "มิเตอร์ TOU vs โซลาร์เซลล์" ใครประหยัดจริง?

ศึกชิงแชมป์เจ้าแห่งพลังงาน "มิเตอร์ TOU vs โซลาร์เซลล์" ใครประหยัดจริง?