posttoday
BBLทิ้งกองทุนจัสมิน

BBLทิ้งกองทุนจัสมิน

27 มกราคม 2561

บิ๊กล็อตกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจัสมิน 380 ล้านหน่วย มูลค่า 4,408 ล้าน แบงก์กรุงเทพผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ขาย

บิ๊กล็อตกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจัสมิน 380 ล้านหน่วย มูลค่า 4,408 ล้าน แบงก์กรุงเทพผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ขาย

วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการทำรายการขนาดใหญ่ หรือบิ๊กล็อตกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตจัสมิน (JASIF) รวม 17 รายการ จำนวน 380 ล้านหน่วย มูลค่าซื้อขาย 4,408 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 11.60 บาท/หน่วย ซึ่งต่ำกว่าตลาด ขณะที่ราคาปิดที่ 12 บาท/หน่วย ลดลง 4% มีมูลค่าการซื้อขาย 6,064.23 ล้านบาท

นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการกิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปิดเผยว่า รายการบิ๊กล็อตดังกล่าวซื้อขายผ่าน บล.บัวหลวง โดยผู้ขายคือธนาคารกรุงเทพ (ฺBBL) ส่วนผู้ซื้อมีทั้งนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ 

ด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น JASIF ณ วันที่24 พ.ย. 2560 ธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ที่จำนวน 467.16 ล้านหน่วย คิดเป็นสัดส่วน 8.49% ขณะที่บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง ในสัดส่วน 33.33%

ปัจจุบัน JASIF บริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง กองทุนลงทุนในกรรมสิทธิ์เส้นใยแก้วนำแสงของบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) จำนวน 9.8 แสนคอร์กิโลเมตร (กม.) (ส่งมอบ 8 แสนคอร์ กม. ณ วันซื้อขายเสร็จสิ้น) และอีก 1.8 แสนคอร์ กม. ภายใน 2 ปี JASIF จัดหาผลประโยชน์ในทรัพย์สินโดยให้ TTTBB เช่าเส้นใยแก้วนำแสง 80% ของเส้นใยแก้วนำแสงทั้งหมดตามสัญญาเช่าหลักเป็นระยะเวลา 11 ปี (สิ้นสุดวันที่ 22 ก.พ. 2569) และประกันรายได้ค่าเช่าเส้นใยแก้วนำแสงส่วนที่เหลือ
อีก 20% ตามสัญญาประกันรายได้ค่าเช่ามีระยะเวลาการเช่า 3 ปี (ต่ออายุสัญญาได้อีกครั้งละ 3 ปี จนกว่าจะครบอายุสัญญาเช่าหลัก)

นอกจากนี้ JASIF มีแผนซื้อสินทรัพย์เพิ่มซึ่งถือเป็นการลงทุนเฟส 2 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาดว่าการซื้อสินทรัพย์เพิ่มดังกล่าว จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับกองทุนและส่งผลดีต่ออัตราผลตอบแทน (ยิลด์) โดยคาดว่ากองทุนจะซื้อสินทรัพย์มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท ที่อายุการเช่า 15 ปี หมดอายุปี 2575

บล.ดีบีเอส ฯ มองว่า การลงทุนเฟส 2ของกองทุนถือว่าเป็นการซื้อสินทรัพย์ขนาดที่ใหญ่ เพราะเท่ากับช่วงเสนอขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) และสัดส่วนประมาณ 40% ของการใช้เงินลงทุนจะมาจากการกู้เงินกับธนาคารที่ต้นทุนการเงิน 4.5-5%

นอกจากนี้ มีโอกาสที่จะได้ยืดอายุสัญญาเช่าเดิมไปเป็น 15 ปี จากปัจจุบันที่เหลืออายุ 8 ปี ยังผลให้ราคาพื้นฐานที่ประเมินด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสดมีการปรับขึ้นเป็น 13.40 บาท/หน่วย เทียบกับของเดิมที่เพียง 11.20 บาท/หน่วย ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 10% เทียบกับราคาพื้นฐานใหม่

บล.ดีบีเอสฯ คาดว่า อัตราผลตอบแทนกองทุน JASIF จะอยู่ที่ 7% ในช่วง 12 เดือนแรก ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 10% หลังจากได้รับการส่งมอบสินทรัพย์จนครบ ด้านการต่ออายุสัญญาเช่าเดิมยังไม่ชัดเจน แต่ทางกองทุนอาจใช้วิธีต่อรองราคาการซื้อสินทรัพย์ในมูลค่าต่ำลง หากไม่ได้ต่ออายุสัญญาเช่าเดิม ด้านอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.24 เท่า จากเดิมไม่มีหนี้ แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเทียบกับการที่กองทุนสาธารณูปโภคจะสามารถกู้ได้จนอัตราส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน