
หวั่นขึ้นค่าแรง ค้าปลีกรายเล็ก ขาดสภาพคล่อง
สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผยขึ้นค่าแรงเอสเอ็มอีกระทบหนัก หลังต้นทุนพุ่งขาดเงินหมุนเวียนเพิ่ม
สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผยขึ้นค่าแรงเอสเอ็มอีกระทบหนัก หลังต้นทุนพุ่งขาดเงินหมุนเวียนเพิ่ม
น.ส.จริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า การที่ภาครัฐประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นตามแต่ละพื้นที่ ด้วยการจัดกลุ่มจังหวัดแบ่งค่าแรงขั้นต่ำออกเป็น 7 ระดับในปีนี้ ต่างจากปีก่อนที่แบ่งออกเป็น 4 ระดับนั้น สมาคมมองว่า ธุรกิจที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจุบันกลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีปัญหาด้านการขาดเงินทุนหมุนเวียน เมื่อรัฐบาลประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยในส่วนของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2%
ทั้งนี้ ปัจจัยลบดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจ ดังนี้ 1.เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในเมืองหลวง เพราะแรงงานย้ายกลับภูมิลำเนา 2.เกิดปัญหาค่าจ้างแรงงานรายชั่วโมงเพิ่มขึ้น 3.นอกเหนือจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้นแล้วเงินสมทบต่างๆ กองทุนประกันสังคม และเงินกองทุนอื่นๆ ยังปรับเพิ่มขึ้นด้วย และ 4.ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างค่าจ้างแรงงานทั้งระบบ







