
ตปท.ซบตราสารหนี้
ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งน้ำมัน/ทองพุ่ง โบรกมอง PTTEP รับอานิสงส์ทำมูลค่าหุ้นเพิ่ม
ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งน้ำมัน/ทองพุ่ง โบรกมอง PTTEP รับอานิสงส์ทำมูลค่าหุ้นเพิ่ม
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยผันผวน นักลงทุนทิ้งหุ้นท้ายตลาดหลังมีข่าวการเลือกตั้งทั่วไปเลื่อนออกไป รวมถึงค่าเงินบาทที่ยังคงเดินหน้าแข็งค่า มาปิดที่ 31.49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่า รอบ 50 เดือน หรือ 4 ปี 2 เดือน ส่งผลให้ดัชนีดิ่งลงมาปิดที่ 1,819.29 จุด ลดลง 19.67 จุด มูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 74,271 ล้านบาท ต่างชาติขาย 1,494.19 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ 6,193 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทเป็นผลมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจสหรัฐ
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยหนุนให้เกิดการเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งน้ำมันและทองคำ เป็นต้น ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าราคาน้ำมันดิบที่ยังคงสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบดูไบที่ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งฝ่ายวิจัยยังคงมองสมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปีนี้และ 65 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปี 2562 ซึ่งราคาน้ำมันที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 5 ดอลลาร์/บาร์เรล จะหนุนให้มูลค่าหุ้นของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) สูงขึ้น จากเดิม 118 บาท เป็น 126.81 บาท และจะเพิ่มเป็น 135.4 บาท ทั้งนี้ หุ้น PTTEP ปิดตลาดไม่เปลี่ยนแปลง ปิดที่ 117.50 บาท ส่วนหุ้น ปตท.(PTT) ปิด 486 บาท ลดลง 6 บาท
บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ออกคาดการณ์กำไรรวมของ SET โดยคาดไตรมาส 4 ปี 2560 กำไรสุทธิจะโต 23% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน และ 18% จากไตรมาสก่อนหน้า กลุ่มที่นำการเติบโต ได้แก่ ปิโตรเคมี (ส่วนต่างกำไร กว้างขึ้น) พลังงาน (ราคาน้ำมันขึ้น) การเงิน (สินเชื่อโตแรง) กลุ่มสื่อ (Digital TV ได้ค่าโฆษณาสูงขึ้น) ขนส่ง&ท่องเที่ยว (จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น) และ ICT (การแข่งขันเบาลง) สำหรับ ไตรมาสแรกปีนี้ คาดกำไรสุทธิจะลดลง 5% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่ม 8% จากไตรมาสก่อนหน้า
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปรับฐานลดลง เนื่องจากมีแต่ข่าวเชิงลบกดดันตลาด ทั้งเงินบาทแข็งค่ากระทบต่อหุ้นกลุ่มส่งออกทำให้นักลงทุนขายหุ้นออกมาพอสมควร ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจนทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
วันนี้ดัชนีมีความเสี่ยงที่จะปรับลดลงต่อ หากไม่มีปัจจัยบวกมาช่วยกระตุ้น เพราะที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้นสูงมากพอสมควรแล้ว ดังนั้นจึงเป็นช่วงทยอยขายทำกำไร และลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดมีปัจจัยลบทั้งด้านการเลื่อนเลือกตั้ง และค่าเงินบาทด้วย







