
จดทะเบียนสมรส ดีหรือเปล่า
สาธิตใกล้เดือน ก.พ.แล้ว อดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันสำคัญต่างๆ มากมายที่มาพร้อมกันในเดือน ก.พ. อย่างเช่นวันตรุษจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 16 ก.พ.) วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. และวันมาฆบูชาที่บางปีจะมาในเดือน ก.พ. แต่ปีนี้ตรงกับวันที่ 1 มี.ค.
สาธิต
ใกล้เดือน ก.พ.แล้ว อดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันสำคัญต่างๆ มากมายที่มาพร้อมกันในเดือน ก.พ. อย่างเช่นวันตรุษจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 16 ก.พ.) วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. และวันมาฆบูชาที่บางปีจะมาในเดือน ก.พ. แต่ปีนี้ตรงกับวันที่ 1 มี.ค.
ในวันสำคัญที่กล่าวมา ผมว่าวันที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกันมากก็คือ วันวาเลนไทน์ เพราะภาครัฐสนับสนุนมาก อย่างเช่นหลายๆ สำนักงานเขตจัดเทศกาลจดทะเบียนสมรส โดยเฉพาะเขตที่มีชื่อเป็นมงคลเกี่ยวกับความรัก อย่างเช่น บางรัก บางซื่อ บางแค เป็นต้น ก็เพื่อว่าชีวิตสมรสจะได้สมหวังเป็นมงคลตามชื่อสำนักงานเขต
แต่ยุคนี้กลับเจอบางคู่ไม่อยากจดทะเบียนสมรส อาจด้วยไม่พร้อม หรือพร้อมแต่ตัวเองเป็นหนี้เป็นสินเยอะ ไม่อยากให้ครอบครัวมาเดือดร้อนด้วย ไปๆ มาๆ เลยชักไม่แน่ใจว่า จดทะเบียนสมรสดีจริงเปล่า งั้นเราลองมาดูข้อดีของการจดทะเบียนสมรสกันเลยดีกว่าครับ
l กรณีมรดก คู่สมรสถือเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิในทรัพย์ มรดกตามมาตรา 1635 ได้รับส่วนแบ่งมรดกในทุกระดับชั้นมรดก แต่ถ้า ไม่จดทะเบียนสมรส คู่สมรสจะไม่มีสิทธิอะไรในทรัพย์มรดกของอีกฝ่ายเลย
l ทรัพย์สินเกิดขึ้นหลังจากการสมรส ถือเป็นสินสมรสของสามีภริยา ดังนั้น ทรัพย์สินที่สร้างร่วมกันตลอดชีวิตสมรสก็จะเป็นของทั้งคู่
l การจดทะเบียนสมรสจะทำให้เป็นสามีภริยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าฝ่ายใดฝายหนึ่งไปจดทะเบียนสมรสกับคนอื่น ถือเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน และจะถือเป็นโมฆะ และอีกฝ่ายยังสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายที่มีชู้ได้
l การระบุคู่สมรสเป็นผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถทำได้ แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้ระบุว่าห้ามคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นผู้รับประโยชน์ แต่โดยทั่วไปบริษัทประกันชีวิตจะไม่ยอมรับประกันหากผู้รับประโยชน์ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย
l กรณีสมรส ถ้ามีลูกจะถือว่าเป็นลูกที่ถูกกฎหมายของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายสามีก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนลูกได้คนละ 3 หมื่นบาทตามกฎหมาย และยังสามารถลดหย่อนภาษีกรณีคู่สมรสไม่มีเงินได้ได้อีกด้วย
l การจดทะเบียนสมรส หากฝ่ายใดถูกคนอื่นทำให้เสียชีวิต อีกฝ่ายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากคนที่ทำให้อีกฝ่ายเสียชีวิตได้
l กรณีประกันสังคม ถ้าเสียชีวิตและไม่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ ประกันสังคมจะจ่ายเงินให้กับคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากันในผลประโยชน์ ดังนี้ ค่าทำศพ 4 หมื่นบาท และเงินสงเคราะห์เพิ่มตามหลักเกณฑ์ คือ ถ้าส่งเงินประกันสังคมตั้งแต่ 3-10 ปีจะได้เงิน 2 เท่าของเงินเดือนเฉลี่ย 12 เดือนสุดท้าย ถ้าส่งเกิน 10 ปี จะได้ 6 เท่าของเงินเดือนเฉลี่ย 12 เดือนสุดท้าย และผลประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ
จะเห็นนะครับว่า ข้อดีมีมากมาย อ้าว! แล้วข้อเสียล่ะ ไม่เห็นพูดถึงเลย งั้นเรามาดูข้อเสียกันเลยครับ
l การจัดการทรัพย์สินจะยุ่งเพราะเป็นสินสมรส ดังนั้นจะจัดการทรัพย์สินอย่างไร เช่น จะซื้อ จะขาย จะปล่อยเช่า หรือจะยกหนี้ ฯลฯ ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย
l ดอกผลจากสินส่วนตัวของเรา รวมถึงเงินเดือนของเรา โบนัส ของเรา หลังแต่งงานจะถือเป็นสินสมรสด้วย ดังนั้น มีคนมาแบ่งเงินเราแล้วนะ
l ถ้าเป็นหนี้ที่มีมาก่อนจดทะเบียนสมรส จะยังคงเป็นหนี้ส่วนตัวของใครของมัน ใครก่อหนี้ไว้คนนั้นต้องรับผิดชอบเอง แต่หากทรัพย์สินส่วนตัวมีไม่พอสำหรับการชดใช้หนี้ เจ้าหนี้ก็จะสามารถมายึดสินสมรสได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ยึดได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของสินสมรสครับ
l ถ้าเป็นหนี้หลังจดทะเบียนสมรส กฎหมายให้ชำระหนี้นั้นจาก สินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย นั่นคือ ในการบังคับชำระหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องสามีภริยาเพื่อบังคับเอากับสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายได้ แม้ว่าคู่สมรสอีกฝ่ายจะมิได้ลงชื่อร่วมในฐานะคู่สัญญาด้วยหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น การครองชีวิตครอบครัว จะต้องระมัดระวังเรื่องการก่อหนี้สินให้ดี หากอีกฝ่ายไปก่อหนี้ขึ้นมา อาจจะมีผลกระทบถึงคู่สมรสและความสงบสุขของครอบครัวได้ครับ
สรุปสุดท้าย ดูกันเอาเองนะครับว่าจะจดทะเบียนสมรสดีหรือเปล่า







