
ธุรกิจบล.เปิดแผนปี’61
ธุรกิจหลักทรัพย์เปิดแผนลุยธุรกิจ KGI เพิ่มวงเงิน เสนอขาย DW ด้านฟิลลิปรุกตลาดต่างประเทศทุกช่องทาง
ธุรกิจหลักทรัพย์เปิดแผนลุยธุรกิจ KGI เพิ่มวงเงิน เสนอขาย DW ด้านฟิลลิปรุกตลาดต่างประเทศทุกช่องทาง
นายจื้อ หง หลิน กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2561 ในวันที่ 24 ม.ค. 2561 มีมติอนุมัติเพิ่มวงเงินคงค้างในการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DWs) สูงสุดที่ออกโดยบริษัท ณ ขณะใด ขณะหนึ่งจากมูลค่าไม่เกิน 2,000 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยเป็นการอนุมัติเพิ่มวงเงินคงค้างในการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DWs) สูงสุดที่ออกโดยบริษัท ณ ขณะใดขณะหนึ่งจากมูลค่าไม่เกิน 2,000 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 3,000 ล้านบาททันที และมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาและอนุมัติการเพิ่มวงเงินคงค้างในการเสนอขาย ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ DWs ในอนาคต โดยจำกัดวงเงินคงค้างในการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์สูงสุดที่ออกโดยบริษัท ณ ขณะใดขณะหนึ่งไว้ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท
นายปรัชญา กุลวณิชพิสิฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ได้ให้ข้อมูลในงาน Trading Symposium Gateway to Global Futures ว่าปีนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าฟิวเจอร์ส ต่างประเทศให้ถึง 1,500 บัญชี จาก ปัจจุบันที่มีลูกค้า 1,000 ราย โดยจะเน้นทำการตลาดกับกลุ่มผู้ลงทุนที่มีความ คุ้นเคยกับการลงทุนในฟิวเจอร์สอยู่แล้ว และมีความต้องการลงทุนในตลาดที่มีสภาพคล่องสูง และมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากกว่าตลาดล่วงหน้าในประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ในประเทศ เช่น ผู้ประกอบการยางพารา ทองคำ หรือน้ำมันปาล์ม ที่ต้องการบริหารความเสี่ยงผ่านการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าด้วย
ขณะที่ในส่วนของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 2 แสนสัญญา จากปัจจุบัน 1 แสนสัญญา โดยคาดว่ากลุ่มสินค้าที่จะมีการซื้อขายสูง คือ Commodity Future เช่น พวกทองคำ ยางพารา เป็นต้น ที่ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะมีการซื้อสัญญาล่วงหน้าเพื่อปิดรับความเสี่ยงที่ปัจจุบันมีสัดส่วนสัญญาประมาณ 50% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60% ในปีนี้ และส่วนที่เหลือจะเป็น Stock index Future/Currency Future/Interest Rate Future สำหรับประเภทสัญญาล่วงหน้าที่นัก ลงทุนไทยนิยมซื้อขายมากที่สุด คือ COMEX Gold และ TOCOM Rubber เพราะเป็นสินค้าที่นักลงทุนคุ้นเคยกับ การติดตามความเคลื่อนไหวของราคาอยู่แล้ว
ขณะที่บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยออกหุ้นสามัญใหม่ 128.74 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท จัดสรรหุ้นสามัญ 98.74 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ TNITY-W1 อัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยไม่คิดมูลค่า
ทั้งนี้ TNITY-W1 มีอายุ 3 ปี และจัดสรรหุ้นสามัญ 30 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน (TNITY-WA) ซึ่ง TNITY ทำธุรกิจการลงทุน 3 ธุรกิจหลัก เช่น ธุรกิจหลักทรัพย์







