
วิกฤตฝุ่นกทม.ระวังก่อมะเร็ง
กรมควบคุมมลพิษชี้ฝุ่นละอองทั่ว กทม.และปริมณฑล เกินกว่าค่ามาตรฐาน แนะคนกรุงให้อยู่แต่ในอาคาร เลี่ยงออกมาข้างนอก
กรมควบคุมมลพิษชี้ฝุ่นละอองทั่ว กทม.และปริมณฑล เกินกว่าค่ามาตรฐาน แนะคนกรุงให้อยู่แต่ในอาคาร เลี่ยงออกมาข้างนอก
พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์มลพิษทางอากาศ กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ซึ่งพบการตรวจวัดฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในทุกพื้นที่ถือเป็นเรื่องอันตรายเพราะค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สามารถผ่านระบบทางเดินหายไปถึงถุงลมปอดได้ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายเมื่อมีการหายใจเข้าไป
ทั้งนี้ เมื่อฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกายจำนวนมาก หากมีจำนวนมากจะทำให้เกิดอาการอักเสบ ลามไปถึงการแลกเปลี่ยนก๊าซภายในร่างกายเกิดความลำบากมากขึ้นด้วย จากนั้นจะเกิดบาดแผลและทำให้ถุงลมปอดไม่สามารถทำงานได้ เมื่อเกิดภาวะการสะสมของฝุ่นจำนวนมาก
พญ.ฉันทนา กล่าวว่า สิ่งที่ต้องระวังคือฝุ่นละอองที่เข้าสู่ร่างกายมีอะไรติดมาหรือไม่ เพราะว่ามีสารเคมีและก๊าซบางอย่างเกาะอยู่กับฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วย โดยเฉพาะสาร PAH หรือสารก่อมะเร็ง ถ้าหากฝุ่นละอองค่า 2.5 PM นำสารเหล่านี้เข้าไปด้วยและเข้าสู่ร่างกายบ่อยอาจเกิดมะเร็งได้ ตรงนี้น่าห่วงและกังวลมาก จะเป็นอันตรายส่งผลทำให้ร่างกายเกิดอาการเหนื่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก
อย่างไรก็ตาม ยังส่งผลถึงระบบกระแสเลือดในร่างกายอาจทำให้เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบได้ จึงเสี่ยงต่อกลุ่มวัยเด็กและผู้สูงวัย รวมถึงกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องปอดและหัวใจ จะมีอาการแย่ลงและได้รับผลกระทบง่าย ส่วนคนปกติต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะจึงจะเกิดผลกระทบได้ ดังนั้นควรป้องกันและสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้
นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า สถานการณ์มลพิษทางอากาศ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลวันที่ 24 ม.ค. พบการตรวจวัดฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในทุกพื้นที่ โดยเกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ 54-85 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร สูงสุดที่ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี สมุทรปราการ 59-71 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และสมุทรสาคร 114 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ผลการตรวจวัดฝุ่นละออง PM10 ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน อยู่ที่ 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศหลักของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาจากการจราจร รองลงมา อุตสาหกรรมและการเผาในที่โล่ง ประกอบกับเกิดสภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ และชั้นอากาศผกผันใกล้พื้นดิน ทำให้มลพิษทางอากาศเกิดการสะสมตัวในปริมาณมาก ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะพบเป็นบางวันช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน จึงเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ระดับ PM 2.5 สูงขึ้นผิดปกติในช่วงนี้
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จากข่าวที่แชร์ในเว็บเพจต่างๆ ซึ่งเป็นรูปจากเว็บไซต์ http://aqicn.org/ ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยเว็บไซต์ดังกล่าวใช้ค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมง เทียบกับดัชนีคุณภาพอากาศของ U.S. EPA ซึ่งต้องใช้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในการเทียบ ทำให้การรายงานดัชนีคุณภาพอากาศของเว็บไซต์ดังกล่าวอยู่ในช่วงสีแดง คือ มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงหากใช้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จะอยู่ในเกณฑ์สีส้ม คือ เริ่มมีผล กระทบต่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ระบบทางเดินหายใจ หรือโรคหัวใจ และหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมภายนอกอาคาร และขอความร่วมมือเจ้าของยานพาหนะดูแล รักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดีและไม่ปล่อยควันดำ หากเป็นไปได้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แล้วใช้ระบบขนส่งมวลชนจะช่วยให้สถานการณ์และลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้







