posttoday
กลไกเศรษฐกิจเดี้ยง

กลไกเศรษฐกิจเดี้ยง

18 มกราคม 2561

ยังเป็นคำถามตัวโตๆ ถึงการส่งผ่านการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทย ว่าการกระจายการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านไปแล้วกว่าครึ่งปี ทำไมถึงยังไม่สามารถส่งผ่านไปถึงระดับกลางและล่างได้มาก ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย หรือเอสเอ็มอี ที่เป็นห่วงโซ่หรือซัพพลายเชนต่อจากผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา ที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ

ยังเป็นคำถามตัวโตๆ ถึงการส่งผ่านการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทย ว่าการกระจายการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านไปแล้วกว่าครึ่งปี ทำไมถึงยังไม่สามารถส่งผ่านไปถึงระดับกลางและล่างได้มาก ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย หรือเอสเอ็มอี ที่เป็นห่วงโซ่หรือซัพพลายเชนต่อจากผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา ที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ

ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวน่าจะถึงเวลาที่รัฐควรจะทบทวนการแก้ปัญหาการกระจายตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้หรือยังว่ามาตรการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาเป็นการแก้ที่ต้นตอของปัญหา หรือยังใช้วิธีการเดิมๆ กับโจทย์ที่เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงทำให้ชาวบ้านทั่วไปยังไม่ รู้สึกถึงว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นอย่างที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ออกมาดีเกินคาดที่ 3.9%

เป็นที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยปี 2560 ที่ผ่านมา ในครึ่งปีแรกการเติบโตมีรายได้จากการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐมาเป็นตัวช่วยพยุงให้เศรษฐกิจยังพอขยับตัวได้บ้าง แต่พอกลางปีผลจากการที่เศรษฐกิจของหลายประเทศใหญ่ทั่วโลกขยายตัวขึ้นพร้อมกัน ทั้ง สหรัฐ ยุโรป จีน และญี่ปุ่น ทำให้การส่งออกของประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้นชนิดที่เกินคาดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งของภาครัฐและเอกชนคาดการณ์ รายได้ส่งออกจึงมาเป็นแรงหนุนกับรายได้ภาคบริการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจไทยคึกคัก แม้การลงทุนภาครัฐจะวูบต่ำลง

การเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากภาคการส่งออกตั้งแต่กลางปี 2560 ดังกล่าว จึงเป็นความหวังว่าจะเป็นหัวหอกใหญ่ในการช่วยให้เศรษฐกิจรวมขยายตัวตาม เพราะการส่งออกถือเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของเครื่องยนต์ที่มีส่วนร่วมในการดันให้เศรษฐกิจไทยโต อีกทั้งการส่งออกที่ดีขึ้นดังกล่าว หากโตได้ต่อเนื่อง 3-6 เดือน ยาวถึงสิ้นปี ผู้ส่งออกก็จะต้องสั่งซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการในห่วงโซ่การผลิตรายกลางรายเล็กไล่ไปจนถึงผู้ผลิตวัตถุดิบ ให้สามารถขายสินค้าได้ราคาดี

เรียกว่าเป็นการส่งผ่านการเติบโตของเศรษฐกิจจากการส่งออกกระจายไปให้ผู้ผลิตรายย่อย รวมทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบ เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่คงไม่สต๊อกสินค้าทุนหรือวัตถุดิบไว้มากเกิน 3 เดือน หรือ 6 เดือน ให้เป็นภาระต้นทุนผลิตแบกค่าโสหุ้ยอย่างไร้ประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม จากกลางปี 2560 ที่การส่งออกเริ่มดีมาจนถึงเกือบสิ้นเดือน ม.ค. 2561 หรือผ่านมา 5-6 เดือน การส่งผ่านการเติบโตของเศรษฐกิจที่การส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนกลับยังไม่เกิดขึ้นอย่างเห็นชัด โดยจะเห็นได้จากภาครัฐยังคงต้องออกมาตรการอัดฉีดลงไปที่รากหญ้า ช่วยเกษตรกรที่ราคาพืชผลการเกษตรยังไม่ดีขึ้นให้พอมีรายได้ประคองตัวต่อไป ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ห่วงโซ่ผลิตที่ซัพพลายสินค้าวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ยังต้องการมาตรการจากรัฐช่วยในเรื่องสภาพคล่อง ช่วยหาตลาดเพื่อขายสินค้า ยังไม่ได้อานิสงส์จากการเติบโตของรายใหญ่ ที่ตามทฤษฎีเมื่อรายใหญ่ดีขึ้นก็จะส่งผ่านการเติบโตมาให้รายกลางและรายย่อยเติบโตขึ้นตาม

เมื่อการเติบโตไม่เป็นไปตามกลไก เวลาผ่านไปกว่าครึ่งปียังคงกระจุกอยู่แค่รายใหญ่ และรัฐบาลยังต้องออกมาตรการช่วยรากหญ้าเอสเอ็มอีและเกษตรกรเช่นนี้ จึงถึงเวลาที่รัฐต้องทบทวนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกระจุกตัว เพื่อให้การเติบโตครั้งนี้กระจายอย่างทั่วถึงเป็นธรรมตามกลไกที่ควรจะเป็น งานนี้คงไม่ต้องรอให้ผ่านไปนานกว่านี้ เพราะถึงเวลานั้น รากหญ้าอาจตายไปหมดแล้ว n

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก