‘เจ้าชีวิต’ พระนิพนธ์ชั้นยอด ใน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
หลายคนคงได้ไปชมนิทรรศการ "จักรพงษ์นิทรรศน์ และร้อยปีสยามกับมหาสงครามโลก ครั้งที่ 1"
โดย พริบพันดาว
หลายคนคงได้ไปชมนิทรรศการ "จักรพงษ์นิทรรศน์ และร้อยปีสยามกับมหาสงครามโลก ครั้งที่ 1" ซึ่งราชสกุลจักรพงษ์ ร่วมกับบริษัท สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คส์ กระทรวงการต่างประเทศ และพิพิธภัณฑ์ตำรวจ ที่จัดขึ้นเมื่อเดือน ก.ค.-ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา เพื่อฉลองครบรอบ 120 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย และครบรอบ 100 ปีแห่งการเข้าร่วมสงครามโลก ครั้งที่ 1
และหลายคนคงทราบว่าหนังสือที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน หมวดสารคดีประวัติศาสตร์ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เมื่อปี 2540 หรือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีหนังสือ "เจ้าชีวิต" พระนิพนธ์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ รวมอยู่ด้วย
หนังสือเล่มนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า "เจ้าชีวิต : สยามก่อนยุคประชาธิปไตย" เขียนขึ้นครั้งแรกในภาคภาษาอังกฤษ โดยใช้ชื่อว่า "Lords of Life" พิมพ์ในอังกฤษในปี 2503 มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ชาวต่างประเทศได้อ่านและรู้จักประเทศไทยได้ดีขึ้นและมีการพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อปี 2505
สารานุกรมแนะนำหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ได้เขียนแนะนำไว้ว่า เจ้าชีวิต เป็นพระสมญานามที่ใช้กับกษัตริย์ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งหมายถึง การที่ทรงมีพระราชอำนาจเด็ดขาดเหนือชีวิตของประชาชน มีอำนาจที่จะทำลายหรือให้ดำรงอยู่ได้ นอกเหนือจากพระสมญานาม เจ้าแผ่นดิน ซึ่งหมายถึงทรงเป็นเจ้าของที่ดินทรัพยากรทุกอย่าง ของชาติ
องค์ผู้ทรงนิพนธ์ต้องการบรรยายให้เห็นว่าแท้จริงแล้วกษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทรงเป็นเจ้าชีวิตตามความหมายนั้นหรือไม่
เนื้อหาของ เจ้าชีวิต เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงรัชกาลปัจจุบันที่ ปี 2502 โดยเน้นบรรยายละเอียดช่วงปี 2325-2475 คือช่วงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 1-7 เหตุผลคือเป็นช่วงเวลาที่มีเอกสารมากที่สุด และเป็น เรื่องที่ต่อเนื่องมาจนถึงประเทศไทยปัจจุบัน อีกทั้งทรงเห็นว่าหนังสือชื่อ "A History of Siam" โดยดับเบิลยู.เอ.อาร์. วู้ด (W.A.R. Wood) ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับประเทศไทยที่ชาวต่างประเทศอ่านมากที่สุดนั้น ไม่ได้เขียนในส่วนนี้อย่างละเอียด
ในคำนำเสนอของสำนักพิมพ์บอกว่า "เจ้าชีวิต" เป็นพงศาวดารสมัยใหม่ ที่ให้ภาพเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีตั้งแต่รัชกาลที่ 1-7 อย่างละเอียด จนกระทั่งพระราช กรณียกิจประจำวันของกษัตริย์ และเจ้านายองค์สำคัญทำให้พระมหากษัตริย์ไทยมีภาพเคลื่อนไหว มีเลือดเนื้อดูมีชีวิตจิตใจ มีการยกพระราชดำรัสของกษัตริย์แต่ละพระองค์ประกอบในแต่ละส่วนเป็นระยะๆ อีกทั้งมีการเปิดเผยพระอุปนิสัยส่วนพระองค์ของเจ้านายบางองค์ เช่น ทรงเล่าว่าพระอนุชาของรัชกาลที่ 1 เป็นผู้มีบุคลิกซ้อน
การนำเกร็ดประวัติศาสตร์มารวบรวม เล่าไว้ในหนังสือเจ้าชีวิตนี้ทำให้กษัตริย์ และเจ้านายในราชวงศ์จักรี เป็นดุจตัวละครทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง ที่ผู้อ่านสามารถซึมซาบผ่านทางการรับรู้ และประสบการณ์ส่วนพระองค์ของผู้ทรงพระราชนิพนธ์ที่ได้ถ่ายทอดออกมาในหนังสือเล่มนี้
ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าชีวิตยังมีเนื้อหาครอบคลุมประวัติศาสตร์การเมือง การปกครอง การเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ต่างประเทศ สังคม และขนบประเพณีในราชสำนัก โดยเฉพาะระเบียบวิธีการสถาปนายศเจ้านาย ที่ทรงอธิบายอย่างละเอียดอีกด้วย
จากลักษณะการเขียนแบบเชื่อมวิธีเขียนพงศาวดารแบบเก่าเข้ากับวิธีการเขียนแบบตะวันตก ที่ให้ความสำคัญกับหลักฐาน อ้างอิงทางประวัติศาสตร์ทั้งข้อมูลจากต่างประเทศ และจากเอกสารเดิมที่เป็นภาษาไทยทั้งที่ตีพิมพ์และยังไม่ตีพิมพ์ ผ่านการตีความและพระวินิจฉัยของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ รวมถึงข้อมูลที่ทรงได้รับจากประสบการณ์ส่วนพระองค์ในช่วงรัชกาลที่ 6 และ 7 รวมถึงเอกสารส่วนพระองค์ของตระกูลจักรพงษ์ด้วย
สำหรับเส้นทางพระนิพนธ์ในพระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรง สนพระทัยในงานประพันธ์และประวัติศาสตร์ โดยทรงนิพนธ์และแปลหนังสือไว้จำนวนหนึ่ง
จุดเริ่มต้นเส้นทางสายพระนิพนธ์เริ่มจากหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เจ้านาย ทุกพระองค์ต้องเข้ารับราชการ โดยที่พระองค์ตัดสินพระทัยมานานแล้วว่า ไม่เหมาะใน การรับราชการทหาร จึงทรงเลือกที่จะเป็น นักประพันธ์อิสระแทน ซึ่งอันที่จริงผลงาน พระนิพนธ์ของพระองค์ก็เป็นที่รู้จักในหมู่ นักอ่านคนไทยอยู่แล้ว ทั้งการวิจารณ์หนังสือและบทพระนิพนธ์ความเรียงสั้นๆ ทางด้านการเมือง บทพระนิพนธ์เชิงอัตชีวประวัติของพระเจ้าเฟรเดอริคมหาราช แห่งปรัสเซีย
เมื่อญี่ปุ่นยกพลเข้ารุกรานประเทศไทย ในตอนปลายปี 2484 รัฐบาลไทยต้องยอม จำนนต่อคำขาดของญี่ปุ่น ซ้ำร้ายรัฐบาลไทยตัดสินใจประกาศสงครามต่ออังกฤษและสหรัฐอเมริกา พระองค์จึงตัดสินพระทัย หลบออกจากลอนดอนไปใช้ชีวิตอย่างสงบ อยู่อย่างเงียบๆ ในชนบทที่ไกลจากเมืองหลวง โดยเดินทางไปที่เมืองคอร์นวอลล์ ที่บ้าน ลีแนมฟาร์ม พระองค์ทรงขยันขันแข็งในการ ทรงงาน ทรงแบ่งเวลาในแต่ละวันในงาน พระนิพนธ์ ไม่เพียงทรงนิพนธ์งานทางประวัติศาสตร์เป็นภาษาไทยเท่านั้น ยังทรงพระนิพนธ์เรื่อง "Brought Up in England" เป็นภาษาอังกฤษ และหนังสือเกี่ยวกับการแข่งรถอีกหลายเล่ม
งานนิพนธ์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทุกเล่มเป็นงานที่ทรงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบันนี้


