
อมตะลุยลงทุนอาเซียน
ขยายพื้นที่นิคม2.5แสนไร่รองรับอีอีซี ปรับโฉมสู่ผู้นำสมาร์ทซิตี้ระดับโลกอมตะลุยลงทุนนิคมฯ อีอีซีและอาเซียน ครองที่ดิน 2.5 แสนไร่ พร้อมปรับโฉมสู่ผู้นำสมาร์ทซิตี้ระดับโลก
ขยายพื้นที่นิคม2.5แสนไร่รองรับอีอีซี ปรับโฉมสู่ผู้นำสมาร์ทซิตี้ระดับโลก
อมตะลุยลงทุนนิคมฯ อีอีซีและอาเซียน ครองที่ดิน 2.5 แสนไร่ พร้อมปรับโฉมสู่ผู้นำสมาร์ทซิตี้ระดับโลก
นายวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มอมตะ ในช่วง 5 ปี (2561-2565) จะเน้นการลงทุนทั้งในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งอมตะมีที่ดินอยู่แล้วใน 2 นิคม คือ อมตะนคร จ.ชลบุรี และอมตะซิตี้ จ.ระยอง และจะเน้นขยายการลงทุนในประเทศกลุ่มอาเซียน เช่น เวียดนาม เมียนมา ลาว คาดว่าปีนี้ใช้เงินลงทุน 5,000 ล้านบาท และต่อไปจะเพิ่ม จำนวนการถือครองที่ดินในการพัฒนานิคมฯ ทั้งในและต่างประเทศ จาก 6.2 ไร่ เป็น 2.5 แสนไร่
ขณะที่การลงทุนในอาเซียนจะเน้นซีแอลเอ็มวี คือ เวียดนาม เมียนมา โดยเฉพาะเวียดนามมีความคืบหน้ามากที่สุด โดยเตรียมขยายการลงทุนไปยังภาคเหนือของเวียดนามที่เมืองฮาลอง จังหวัดกว่างนิงห์ ภายใต้ชื่อ บริษัท อมตะซิตี้ ฮาลองซึ่งเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่มีพื้นที่การลงทุนใหม่ประมาณ 3.62 หมื่นไร่ และปัจจุบันมี 2 แห่งแล้ว ประกอบด้วย บริษัท อมตะซิตี้ เบียนหัว จังหวัดดองไน 4,375 ไร่ ถือเป็นโครงการแรกที่อมตะเข้าพัฒนาในต่างประเทศ ขณะนี้มีนักลงทุนเข้าประกอบกิจการเกือบเต็มพื้นที่ และบริษัท อมตะซิตี้ลองถั่น จังหวัดดองไน โครงการที่ 2 ประมาณ 8,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นโครงการนิคม 33% และโครงการพัฒนาเมืองชุมชน 67% โดยปีนี้บริษัทจะเริ่มพัฒนาและเปิดขายพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคเป็นอันดับแรก คาดว่าเงินลงทุนตลอดโครงการประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเตรียมลงทุนในเมียนมา คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์ ขณะที่มูลค่าลงทุนจะยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และยังอยู่ระหว่างศึกษาพื้นที่ลงทุนใน สปป.ลาว คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ ล่าสุดอมตะได้รีแบรนด์โลโก้อมตะใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะ โดยเปลี่ยนชื่อนิคมฯ ทั้ง 2 แห่งใหม่ จากนิคมอมตะนคร เป็น อมตะซิตี้ ชลบุรี ขณะที่นิคมอมตะซิตี้ เปลี่ยนเป็น อมตะซิตี้ ระยอง รวมทั้งแยกอมตะซิตี้ ระยอง เป็นโครงการ 1 และ 2 เพื่อให้สอดรับกับการยกระดับนิคมฯ ทั้งหมดสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) โดยตั้งเป้าหมายขายที่ดินปีนี้ จำนวน 925 ไร่ รายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท โดยทั้ง 3 นิคมฯ ได้นำที่ดินบางส่วนเสนอรัฐบาลในการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมในอีอีซี เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุดตาม พ.ร.บ. อีอีซี ซึ่งจะบังคับใช้เร็วๆ นี้ โดยอมตะตั้งเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ทั้ง 3 เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เสร็จภายในไตรมาส 2 ของปีนี้







