posttoday
ส่งออกไทยกับอาเซียน 2561

ส่งออกไทยกับอาเซียน 2561

17 มกราคม 2561

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิชศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นประจำทุกปีที่ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต้องทำการวิเคราะห์ศักยภาพการส่งออกของไทย ในปีนี้ก็เช่นกันครับ เราได้คาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่จะต่ำกว่าปี 2560 โดยปีนี้จะอยู่ที่ 6.3% ขณะที่ปี 2560 อยู่ที่ 10.3% หากวิเคราะห์เป็นช่วงการส่งออกของไทยจะอยู่ในช่วง 4-7.9% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนการส่งออกของไทยในแต่ละตลาดพบว่า ขณะนี้จีนเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยสัดส่วน 12.3% ตามด้วยสหรัฐ 11% ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป 9% หากเป็นกลุ่มประเทศอาเซียนจะเป็นตลาดของไทยที่ 26% (อาเซียนเก่าสัดส่วน 14.8 และซีแอลเอ็มวี 11.2%)

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิชศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เป็นประจำทุกปีที่ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต้องทำการวิเคราะห์ศักยภาพการส่งออกของไทย ในปีนี้ก็เช่นกันครับ เราได้คาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่จะต่ำกว่าปี 2560 โดยปีนี้จะอยู่ที่ 6.3% ขณะที่ปี 2560 อยู่ที่ 10.3% หากวิเคราะห์เป็นช่วงการส่งออกของไทยจะอยู่ในช่วง 4-7.9% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนการส่งออกของไทยในแต่ละตลาดพบว่า ขณะนี้จีนเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยสัดส่วน 12.3% ตามด้วยสหรัฐ 11% ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป 9% หากเป็นกลุ่มประเทศอาเซียนจะเป็นตลาดของไทยที่ 26% (อาเซียนเก่าสัดส่วน 14.8 และซีแอลเอ็มวี 11.2%)

ตลอดปี 2561 จะมีทั้งปัจจัยบวกและลบปะปนกันไป โดยในปี 2560 มาเลเซียส่งออก 14% เวียดนาม 20% อินโดนีเซีย 18% ฟิลิปฟินส์ 15% สิงคโปร์ 13% ซึ่งปีนี้ประเทศเหล่านี้ยังคงขยายตัวสูงขึ้นเช่นกัน ผมขอแยกเป็นประเด็นดังนี้ เริ่มจากปัจจัยบวกก่อน 1.ปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่เศรษฐกิจโลกจากการคาดการณ์ของทั้ง World Bank, IMF และ OECD ต่างฟันธงว่ายังขยายตัวต่อเนื่อง 2.กระทรวงการคลังจีน โดยคณะกรมศุลกากรจีนปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภค 187 รายการ จากก่อนหน้านี้มีการปรับลดอัตราภาษีนำเข้า แวตและภาษีสรรพสามิตมาแล้วตาม Cross Border E-Commerce ภายใต้ข้อกำหนดให้คนจีนถือเงินได้ไม่เกิน 2 หมื่นหยวน/ปี จำนวน 1,293 รายการ เพราะต้องการกระตุ้นการบริโภคและแสดงให้สหรัฐเห็นว่าจีนเปิดตลาดให้มีการนำเข้ามากขึ้น

สำหรับสินค้าที่ลด ได้แก่ เครื่องสําอาง ผลิตภัณฑ์บํารุงผม ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เครื่องมือแต่งหน้า กระเป๋าเสื้อผ้า และรองเท้า ผลิตภัณฑ์ทางทะเล เนยแข็ง ถั่วบางประเภท เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์กีฬา ยา อาหารเสริมบางประเภท นมผงสูตรพิเศษและรถเข็นเด็ก นอกจากจะกระตุ้นการบริโภคของคนจีนแล้ว อุตสาหกรรมเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์นม อาหารและเครื่องดื่มจะทำให้ผู้ผลิตของจีนแข่งขันได้และยกระดับมาตรฐานการผลิตให้มีมากขึ้น

การลดภาษีครั้งนี้เฉลี่ยลดลงจาก 17.3% เหลือเฉลี่ย 7.7% เช่น นมผงลดลงจาก 20% เหลือ 0% ผ้าแพมเพิร์สจาก 7.5% เหลือ 0% เครื่องสำอาง (ลิปสติก ที่ทาขนตา และน้ำหอม) จาก 10% เหลือ 5% ที่โกนหนวดไฟฟ้าและแปรงสีฟันไฟฟ้าจาก 30% เหลือ 10% เครื่องทำกาแฟลดจาก 30% เหลือ 10% และแปรงสีฟันจาก 10% เหลือ 5% เป็นต้น เพราะก่อนหน้านี้ภาษีนำเข้าที่สูงทำให้เกิดการซื้อขาย "ตลาดสีเทา (Grey Market)" หรือที่เรียกว่า "Daigou Shopping Agent" Daigou คือผู้รับหิ้วจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศจีน จะเห็นได้ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำไมนักท่องเที่ยวจีนจึงออกไปเที่ยวต่างประเทศมาก ในจำนวนนั้นจะมี Daigou อยู่ด้วย

กลุ่มสินค้าไทยที่น่าจะได้ประโยชน์ ได้แก่ กุ้ง ปู ปลาแช่แข็ง มะพร้าวแห้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลิปบาล์ม ยาสีฟันและทำความสะอาดปาก (โดยเฉพาะที่ทำจากสมุนไพร) เสื้อผ้าผู้ชายผู้หญิง รองเท้าและรองเท้ายาง เป็นต้น

กฎหมายลดภาษีและสร้างงานของสหรัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่จะทำให้ไทยน่าจะส่งออกได้เพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐ มีการลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 21% ลดลง 14% และจะทำให้ดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศกลับสหรัฐและภาษีรายได้บุคคล แบ่งเป็น 7 ระดับตามช่วงของรายได้ โดยเฉลี่ยแล้วภาษีรายได้ลดลง 7%

หน่วยงาน Tax Foundation's Taxes and Growth ของสหรัฐ ประเมินว่า นโยบายดังกล่าวจะสามารถสร้างงาน 4 แสนคน และจีดีพีเพิ่มขึ้น 1.7% ในระยะยาว ไม่ใช่มีผลกระทบทันที การปรับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (PWL) ที่ไทยติดอยู่ 10 ปี เป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL) ส่งผลดีต่อการค้าและการลงทุนของไทย รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการได้รับ GSP จากสหรัฐ และอียู แถลงปรับความสัมพันธ์กับประเทศไทยให้มีสถานะดีขึ้นล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกไทยในปี 2561

อย่างไรก็ดี มีข้อน่าสังเกตคือ การส่งออกไทยถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจากประเทศเวียดนามไปในตลาดจีนและสหรัฐมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่