
ขยะกับชุมชน
วิฑูรย์ สิมะโชคดีทุกวันนี้ "ขยะ" ยังเป็นปัญหาพื้นฐานของทุกชุมชน เพราะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศษอาหารที่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ุของพาหะนำโรค (เช่น แมลงสาบ แมลงวัน เป็นต้น) เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคและก่อให้เกิดความรำคาญต่างๆ (เช่น ความสกปรก กลิ่นเหม็น เป็นต้น)
วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ทุกวันนี้ "ขยะ" ยังเป็นปัญหาพื้นฐานของทุกชุมชน เพราะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศษอาหารที่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ุของพาหะนำโรค (เช่น แมลงสาบ แมลงวัน เป็นต้น) เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคและก่อให้เกิดความรำคาญต่างๆ (เช่น ความสกปรก กลิ่นเหม็น เป็นต้น)
แต่ปัญหาขยะก็เป็นประโยชน์ในแง่ที่ว่าการแก้ไขปัญหาขยะจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งของชุมชนได้ เพราะต้องอาศัยการร่วมมือร่วมใจกันของชุมชน ซึ่งสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน (เมื่อชุมชนสะอาดขึ้นและเป็นระเบียบมากขึ้น)
เมื่อความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชนเกิดขึ้นจากการแก้ปัญหาขยะแล้ว การที่ชุมชนจะร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่ยากก็จะเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะปัญหาทางสังคม ความยากจน และยาเสพติด
การที่จะได้มาซึ่งความร่วมมือร่วมใจดังกล่าว จำเป็นจะต้องมีการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจในแนวทางดำเนินการ และกระบวนการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรมให้แก่ผู้นำชุมชนและชาวชุมชนได้ยอมรับและเข้าใจ จนเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่ชาวชุมชนจะได้รับอย่างแท้จริง
แนวความคิดในเรื่องของ "การจัดการขยะมูลฝอยโดยชุมชน" จึงเป็นกระบวนการที่เป็น "นวัตกรรมใหม่" ในการจัดการมูลฝอยที่แหล่งกำเนิด โดยเน้นถึงการนำวัสดุสิ่งของ (ที่เหลือ) กลับไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดก่อนทิ้งเป็นขยะด้วยการรีไซเคิล และจัดสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้สะอาด สวยงาม น่าอยู่น่าอาศัย โดยในทุกขั้นตอนของการดำเนินการจะขึ้นอยู่กับชาวชุมชนที่จะต้องมีส่วนร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันดำเนินการและร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการที่มีความยั่งยืนตลอดไป
ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของผู้บุกเบิกในยุคแรกๆ ของบ้านเรามีมากมาย ทั้งระดับชุมชนและในสังคมเมืองใหญ่ ซึ่งมีเป้าหมายเป็น "ชุมชนปลอดขยะ" หรือ "เมืองปลอดขยะ"
หลายๆ ชุมชนในสังคมโลกจะใช้นโยบาย "ขยะเป็นศูนย์" ซึ่งมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการที่เน้นมาตรการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมมือร่วมใจกัน ด้วยปฏิบัติการที่ยึด "หลัก 3R" Reduce Reuse และ Recycle คือ เน้นให้ประชาชนรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าที่สุดในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องนำไปฝังกลบหรือทำลาย การให้ความสำคัญกับขยะรีไซเคิล การเพิ่มช่องทางการซื้อขายในคลังสินค้ารีไซเคิล การดำเนินการวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง มีศูนย์เก็บรวบรวมขยะพิษหรือขยะอันตราย จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อเป็นศูนย์ประสานการใช้ประโยชน์จากขยะต่างๆ ไว้บริการประชาชน
และที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ ก็คือการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและศักยภาพในการนำกลับมาใช้ใหม่เสมอ
หนึ่งในองค์กรตัวอย่างของบ้านเราที่ประสบความสำเร็จก็คือการสร้างวัฒนธรรม "คนไทยไม่สร้างขยะ" ของโรงเรียนรุ่งอรุณ ในกรุงเทพมหานคร (เมื่อสิบกว่าปีก่อน) ที่สามารถกำจัดขยะที่มีมากมายในแต่ะวันให้หมดไป โดยเริ่มจากครูกลุ่มหนึ่งเห็นว่าต้องจัดการกับปัญหาขยะให้ได้ โดยมีฐานคิดว่าของเสียหรือขยะนั้นไม่มีอยู่โดยตัวเอง แต่เป็นส่วนที่เหลือจากการอุปโภคบริโภควัสดุสิ่งของต่างๆ ซึ่งจะสามารถถูกกำจัดให้หมดสิ้นไปได้ด้วย 2 วิธีการ คือการนำของเหลือใช้กลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ หรือหยุดการบริโภคที่จะทำให้เกิด "ของเสีย" หรือ "ขยะ" เหล่านั้น
การรณรงค์วัฒนธรรม "คนไทยไม่สร้างขยะ" จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานของ "การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ครับผม!







