posttoday
โรงไฟฟ้าไซยะบุรี โมเดลธุรกิจคู่สังคม

โรงไฟฟ้าไซยะบุรี โมเดลธุรกิจคู่สังคม

17 มกราคม 2561

ดวงนภา ประเสริฐพงษ์สิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของบุคคลจำนวนมาก คือต้องสร้างการยอมรับและความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธุรกิจและประชาชนในพื้นที่อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น ซึ่งบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ผู้พัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สปป.ลาว ก็ใช้หลักการดังกล่าว เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

ดวงนภา ประเสริฐพงษ์

สิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของบุคคลจำนวนมาก คือต้องสร้างการยอมรับและความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธุรกิจและประชาชนในพื้นที่อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น ซึ่งบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ผู้พัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สปป.ลาว ก็ใช้หลักการดังกล่าว เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้เงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุนรวมตลอดทั้งโครงการ 1.5 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม รักษาระบบนิเวศในพื้นที่ก่อสร้างให้คงสภาพเดิมมากที่สุด เนื่องจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายน้ำล้น ไม่มีการกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำ และมี น้ำไหลตลอดเวลา นอกจากจะมีประตูระบายน้ำแล้วยังมีบานระบายตะกอนใต้น้ำด้วย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศในแม่น้ำโขง

ขณะเดียวกันยังมีการก่อสร้าง ทางเรือผ่าน ความกว้าง 12 เมตร รองรับการเดินเรือขนาด 500 ตัน โดยจะมีช่องให้เรือที่สัญจรทั้งขาขึ้นและขาล่องเข้ามาในช่องทางดังกล่าวได้ จากนั้นจะมีการปรับระดับน้ำให้อยู่ในระดับที่เท่ากับเหนือเขื่อนหรือท้ายเขื่อน ก่อนจะเปิดประตูให้เรือผ่านไปได้ โดยเขื่อนไซยะบุรีถือเป็นเขื่อนแห่งแรกใน สปป.ลาว ที่มีช่องเรือผ่านที่มีการปรับระดับน้ำ

นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างช่องทางปลาผ่าน โดยเป็นช่องทางให้ปลาแต่ละขนาดสามารถว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ได้ โดยใช้เทคโนโลยี "ฟิช เฟรนด์ลี่" ซึ่งเป็นมิตรกับปลา ขณะเดียวกันเพื่อให้มั่นใจว่า จะมีจำนวนปลาที่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพประมงของประชาชนที่อาศัยตามริมน้ำโขง จึงได้มีการจัดให้มีสถานีเพาะพันธุ์ปลาและขยายพันธุ์ปลาด้วย

อย่างไรก็ตาม การวางแผนและบริหารโครงการของบริษัทเป็นไปตามมาตรฐานสากลและสอดคล้องกับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องของ สปป.ลาว และประเทศไทย ซึ่งลาวมีกฎหมายป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เข้มงวดและทันสมัยสูงสุดประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเห็นถึงความสำคัญของการปกป้อง สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคม

"โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีมีการศึกษาและประเมินผล กระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยได้มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเข้ามาดูแล รวมทั้งได้จัดทำแผนบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบร่วมกันระหว่างซีเค พาวเวอร์ ผู้แทนจาก สปป.ลาว องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย" ธนวัฒน์ ระบุ

ทั้งนี้ ยังมีการจัดทำแผนการโยกย้ายและฟื้นฟูความเป็นอยู่ โดยยึดมาตรฐานด้านการบริหารสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าในการดำเนินงาน ซึ่งประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การชดเชยโดยตรงให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ชดเชยอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ที่ได้รับผล กระทบ 2.การโยกย้าย และจัดหาทีอยู่ใหม่ การก่อสร้างที่อยู่ อาศัย โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค และ 3.การพัฒนาสังคม เพื่อการ พัฒนาชุมชนเดิมที่รองรับการโยกย้าย เพื่อพัฒนาไปสู่ชุมชนที่มีคุณภาพ ชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ 7 หมู่บ้าน และ อีก 8 หมู่บ้าน ที่มีบางส่วนต้องย้ายขึ้นที่สูง

อย่างไรก็ตาม ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้น ผู้ได้รับผล กระทบจะได้รับการชดเชยและได้รับการช่วยเหลือ ตลอดจนการฝึกอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เดินไปตามเป้าหมายที่ต้องมีส่วนในการส่งเสริมให้รายได้ของครัวเรือนใน สปป.ลาว ต้องไม่น้อยกว่า 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ/ ครัวเรือน ในปี 2563

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่