posttoday
ชี้ช่องลงทุนเมียนมา

ชี้ช่องลงทุนเมียนมา

17 มกราคม 2561

ปิยนุช ผิวเหลืองตลาดเปิดใหม่อย่างประเทศเมียนมามีทั้งโอกาสและความท้าทายในการลงทุน แม้ว่าคู่แข่งทางธุรกิจหลายภาคส่วนยังไม่รุนแรง แต่โครงสร้างพื้นฐานในประเทศอีกหลายด้านยังต้องเร่งพัฒนา

ปิยนุช ผิวเหลือง

ตลาดเปิดใหม่อย่างประเทศเมียนมามีทั้งโอกาสและความท้าทายในการลงทุน แม้ว่าคู่แข่งทางธุรกิจหลายภาคส่วนยังไม่รุนแรง แต่โครงสร้างพื้นฐานในประเทศอีกหลายด้านยังต้องเร่งพัฒนา

ออง ตุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เมียนมา อินเวสเมนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MIL) กล่าวถึงการลงทุนในเมียนมาผ่านสำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมาไทมส์ว่า มีความเชื่อมั่นการลงทุนระยะยาวในพื้นที่เมียนมา โดยเมียนมาเป็นตลาดที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทุกประเภท โดยเป็นภาคสำคัญที่มีศักยภาพในการลงทุน และสามารถให้ผลตอบแทนในการลงทุน ได้แก่ ภาคการเงินและธนาคาร

ทั้งนี้ บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาส ดังกล่าว จึงมีการลงทุนด้านการประกันภัยและการธนาคาร การลงทุนด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ ยกตัวอย่างเช่นการให้สินเชื่อและโมบายเพย์เมนต์ นอกเหนือจากนี้ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น ระบบการเช่าซื้อ ซึ่งเป็นที่ต้องการในตลาดเมียนมามาก

ขณะที่ภาคการขนส่ง เช่น การให้เช่ายานพาหนะ ได้แก่ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถบรรทุก เติบโตขึ้นตามความต้องการของตลาด สำหรับภาคการเกษตร พบว่ากลุ่มธุรกิจการจัดหาอุปกรณ์การเกษตร ได้แก่ รถแทรกเตอร์ เครื่องมือเก็บเกี่ยว เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลผลิตของเกษตรกร เป็นกลุ่มที่ได้รับผลตอบแทนรวดเร็ว เนื่องจากเกษตรกรเมียนมาต้องการการสนับสนุนเพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็น

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่ง ออง ตุน กำลังมองหาบริษัทด้านการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และวิสัยทัศน์กว้างไกลในธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อร่วมลงทุน ทั้งนี้ เมื่อผู้ประกอบการตื่นตัวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้มีการลงทุนก่อสร้างโรงแรมจำนวนมาก แต่ ออง ตุน มองหาบริษัทที่มีความมั่นคง มีมุมมองระยะยาวสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ตัวอย่างเช่นบริษัทที่ต้องการลงทุนและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก เช่น เมืองพุกาม อินเล และกะยา

ออง ตุน บอกอีกว่า การลงทุนใน เมียนมาไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดและวัฒนธรรมท้องถิ่น อีกทั้งกรอบกฎหมายของเมียนมายังไม่เปิดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในภาคส่วนข้างต้นมากนัก ดังนั้นการเติบโตในระยะยาวของเมียนมาต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายปีในการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ภาคพลังงานไฟฟ้ามีเพียง 1 ใน 3 ของประชากรที่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ ดังนั้นการผลิตพลังงานไฟฟ้ายังเป็นที่ต้องการในเมียนมา แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ปัจจุบันยังไม่สูง

สำหรับภาคค้าปลีกเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของกลุ่มธุรกิจที่เติบโตสูงใน เมียนมา จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน และความต้องการของผู้บริโภคเมียนมา โดยการซื้อสินค้าออนไลน์มักดำเนินการผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ นอกจากนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและลิปสติกมีความต้องการสูงขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ออง ตุน เตือนว่า แม้ว่า เมียนมาจะมีประชากรทั้งหมดมากกว่า 50 ล้านคน แต่พบว่ามีเพียง 8-10 ล้านคน ที่มีกำลังซื้อสินค้า โดยกระจุกตัวในพื้นที่ย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ และนักลงทุนต่างชาติต้องตระหนักว่าชาวบ้านและคนท้องถิ่นไม่ได้ไว้วางใจธุรกิจต่างชาติทันที เพราะส่วนหนึ่งยังมีความกังวลกับความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับหัวใจสำคัญของการลงทุนให้ประสบความสำเร็จในเมียนมาของนักลงทุนต่างชาติคือ การเลือกหุ้นส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ทุกธุรกิจต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ดังนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาในการเจรจาและหาหุ้นส่วนท้องถิ่นที่มีความน่าเชื่อถือและมีความยืดหยุ่นสำหรับการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ดี กฎหมายใหม่ของเมียนมาที่ออกมาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานั้น ได้มีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาทำธุรกิจและเป็นเจ้าของธุรกิจท้องถิ่นได้ 30% นับเป็นประโยชน์ต่อการลงทุน นอกจากนี้เมียนมายังมีกลยุทธ์ในการเพิ่มนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้มากขึ้น ด้วยการส่งเสริมธุรกิจที่มีศักยภาพในการเข้าไปจดทะเบียนในตลาดได้

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่