
ส่องธุรกิจ อู่ซ่อมรถยนต์เวียดนาม
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุลภาพรวมตลาดรถยนต์เวียดนามในช่วง5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 30% โดยมียอดขายรถยนต์ใหม่รวมสูงสุดในภูมิภาคถึง 1.97 แสนคัน ในปี 2559 อีกทั้งยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงระหว่างแบรนด์ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ที่มีฐานการส่งออกมาจากไทย อินโดนีเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น ส่งผลให้ธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ในเวียดนามมีแนวโน้มโตด้วยเช่นกัน
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ภาพรวมตลาดรถยนต์เวียดนามในช่วง5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 30% โดยมียอดขายรถยนต์ใหม่รวมสูงสุดในภูมิภาคถึง 1.97 แสนคัน ในปี 2559 อีกทั้งยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงระหว่างแบรนด์ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ที่มีฐานการส่งออกมาจากไทย อินโดนีเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น ส่งผลให้ธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ในเวียดนามมีแนวโน้มโตด้วยเช่นกัน
ปัจจัยที่ส่งผลให้ประเทศเวียดนามมีแนวโน้มนำเข้ารถยนต์จากประเทศไทยและอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นคือ รัฐบาลเวียดนามได้มีการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากไทยและอินโดนีเซียลงจากเดิมที่เก็บในอัตรา 40% เหลือ 30% โดยได้มีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2560
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของเวียดนามยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร จึงทำให้ต้องมีการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปมากกว่าใช้ชิ้นส่วนในประเทศ เหตุนี้ทำให้เวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยทั้งในส่วนของการเป็นตลาดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีศักยภาพ ด้วยจำนวนประชากรที่ มากกว่า 93 ล้านคน แต่จำนวนรถยนต์ที่ใช้กันในประเทศทั้งหมดปี 2559 ยังมีเพียงแค่ 2.51 ล้านคันเท่านั้น
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ประเทศเวียดนาม ได้เผยแพร่ข้อมูลตัวเลขรถยนต์ใหม่ในตลาดเวียดนามปี 2559 ไว้ว่า มีอยู่ประมาณ 4.59 แสนคัน ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศ 3.47 แสนคัน และนำเข้า 1.12 แสนคัน ปัจจุบันความสามารถในการผลิตและประกอบรถยนต์ของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 5 แสนคัน/ปี โดยมี 12 บริษัทที่มีฐานการผลิตและประกอบรถยนต์ในเวียดนาม ได้แก่ โตโยต้า ฮุนได เกีย มาสด้า ฮอนด้า เชฟโรเลต ฟอร์ด มิตซูบิชิ นิสสัน ซูซูกิ อีซูซุ และเมอร์เซเดส-เบนซ์
ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์ของเวียดนาม ในปี 2560 มีการเปลี่ยนแปลงด้านราคาเป็นอย่างมาก ทั้งรถยนต์นำเข้าและ รถยนต์ที่ประกอบในประเทศต่างมี การลดราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2561 เมื่อภาษีนำเข้ารถยนต์ในภูมิภาคอาเซียนด้วยกันลดเหลือ 0% ทำให้ราคารถยนต์นำเข้าจากประเทศอาเซียนจะลดลง ส่งผลให้คนเวียดนามนิยมซื้อรถยนต์มากขึ้น
อย่างไรก็ดี เมื่อจำนวนรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ความต้องการที่จะใช้บริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงก็มีมากตามเช่นกัน เพราะมีผลโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ใช้รถและเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายอีกด้วย จึงทำให้ธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ในเวียดนามเติบโตประมาณปีละ 35% และคาดว่าจะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้โอกาสนี้เข้าไปดำเนินกิจการในขั้นตอนการผลิตอะไหล่และเทคโนโลยีรถยนต์ รวมไปถึงการเปิดศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ในเวียดนามได้ ซึ่งถือว่ามีศักยภาพมากหากธุรกิจไทยเข้ามาลงทุนในส่วนนี้ เพราะเวียดนามยังขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในระดับมาตรฐาน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างเคร่งครัด เพื่อดำเนินธุรกิจนี้ ที่สำคัญผู้ประกอบการไทยควรร่วมมือกับคู่ค้าชาวเวียดนามเพื่อให้การดำเนินการจัดตั้งธุรกิจและขอหนังสือรับรองการรับประกันและการบำรุงรักษารถยนต์ในเวียดนามทำได้สะดวกมากขึ้น







