posttoday
ตั้งเป้าไทยติด1ใน20 ทำธุรกิจง่าย

ตั้งเป้าไทยติด1ใน20 ทำธุรกิจง่าย

14 มกราคม 2561

กนกวรรณ บุญประเสริฐเมื่อวันที่ 15 ม.ค. คณะกรรมการ Doing Business ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังประชุมหารือ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอุปสรรคการลงทุน เพื่อผลักดันยกอันดับ Doing Business (ความยากง่ายการทำธุรกิจ) ของไทยติด 1 ใน 20 ปีนี้ จากปีที่แล้วที่อยู่อันดับ 26

กนกวรรณ บุญประเสริฐ

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. คณะกรรมการ Doing Business ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังประชุมหารือ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอุปสรรคการลงทุน เพื่อผลักดันยกอันดับ Doing Business (ความยากง่ายการทำธุรกิจ) ของไทยติด 1 ใน 20 ปีนี้ จากปีที่แล้วที่อยู่อันดับ 26

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ความยากง่ายในการทำธุรกิจ หรือ Doing Business จะต้องเร่งปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลให้เกิดความชัดเจนภายในไตรมาส 1/2561 เพื่อให้การจัดอันดับการทำธุรกิจยากง่ายของธนาคารโลก (World Bank) ต่อประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้นจากปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้นกว่า 20 อันดับ

กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมเพื่อเตรียมงานเก่าที่ยังทำต่อเนื่องในปีนี้แต่เตรียมแผนงานใหม่เพิ่มเติม สำหรับการเดินทางมาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ธนาคารโลกในช่วงกลางเดือน มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะมีการประกาศการจัดอันดับใหม่ในช่วงเดือน ก.ย. 2561

ทั้งนี้ ในปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประเทศติด 1 ใน 20 ของการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของโลกในปีนี้ จากปีก่อนประเทศไทยได้รับการปรับอันดับขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 46 มาเป็นอันดับที่ 26 จาก 190 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นการปรับอันดับที่ดีมากเป็นอันดับที่ 2

สำหรับประเด็นที่เห็นว่าในปีที่ผ่านมายังต้องมีการแก้ไขปรับปรุงได้แก่ เรื่อง งานก่อสร้าง การจดทะเบียนสินทรัพย์ และล้มละลาย โดยมีเรื่องใหญ่ที่ต้องทำต่อเนื่อง ได้แก่ เรื่องการแก้กฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำลังพัฒนาเรื่องการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนเป็นอัตราคงที่เรื่องระเบียบการก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร

รวมถึงการทำเรื่องดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ ซึ่งตั้งเป้าหมายจะทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบดิจิทัลให้ได้ภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังต้องเร่งเรื่องการทำการประชาสัมพันธ์เนื่องจากพบว่าในปีที่ผ่านมามีงานหลายด้านที่ทำไปแล้ว แต่ผลสำรวจของธนาคารโลกจากผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ยังขาดการรับรู้ความคืบหน้าในงานต่างๆ ที่ได้ทำออกไปแล้ว

สำหรับรูปแบบการทำงานที่มีกระทรวงการคลังและคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดให้มีการประชุมติดตามการดำเนินการปรับปรุงด้านต่างๆ ทุก 2 เดือน และเชิญให้ผู้แทนจากธนาคารโลกเข้ามารับทราบการปรับปรุงด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยได้รับการจัดอันดับดีขึ้น ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญเพราะนักลงทุนให้ความสำคัญเรื่องนี้ ขณะที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีการแข่งขันสูงในเรื่องนี้ โดยประเทศอินโดนีเซียก็ขยับอันดับขึ้นมาเร็วเช่นกัน แต่การที่ประเทศไทยดำเนินการได้เร็วกว่าและอันดับตามหลังเพียงประเทศมาเลเซีย

ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า สมคิดสั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการกฎหมายด้านดิจิทัล ร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง และภาคเอกชนในแก้ไขปรับปรุงกฎหมายบางเรื่องที่ยังเป็นอุปสรรค เพื่อให้ตรงความต้องการของทาง ธนาคารโลก (World Bank)

โดยปีนี้มีเป้าหมายที่จะ ขยับอันดับการทำธุรกิจคล่องให้ติด 20 ประเทศ จากปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับที่ 26 ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะประเทศใน 20 อันดับแรกส่วนใหญ่มีความพร้อมมาก แต่ไทยก็จะพยายามดูช่องทางโดยเฉพาะในเรื่องดิจิทัลว่ามีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงได้อีกหรือไม่

นอกจากนี้ สมคิดสั่งการให้เปลี่ยนระบบราชการทุกอย่างเป็นดิจิทัลให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แม้ว่าที่ผ่านมาส่วนราชการจะพัฒนาไปบ้างแล้ว เช่น ระบบ e-Registration แต่ก็ยังมีคนใช้น้อย จากความเคยชินในการใช้เอกสาร รวมทั้งใช้มาตรการจูงใจให้คนมาใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น เช่น ในต่างประเทศ หากมีการยื่นเอกสารจะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่ายื่นในระบบดิจิทัล

สำหรับรายงาน Doing Business ของธนาคารโลกมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมและ การอำนวยความสะดวกของภาครัฐในการประกอบธุรกิจของเอกชนในประเทศต่างๆ ครอบคลุมตัวชี้วัดของวงจรธุรกิจตั้งแต่การเริ่มจัดตั้งธุรกิจ การดำเนินธุรกิจ และการเลิกธุรกิจ

โดยกำหนดตัวชี้วัดรวมทั้งสิ้น 10 ด้านประกอบด้วย 1) ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ 2) ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง 3) ด้านการขอใช้ไฟฟ้า 4) ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สิน 5) ด้านการได้รับ สินเชื่อ 6) ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนเสียงข้างน้อย 7) ด้านการชำระภาษี8) ด้านการค้าระหว่างประเทศ 9) ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และ 10) ด้านการแก้ปัญหาการล้มละลาย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่