posttoday
โคเวิร์กกิ้งสเปซ   ความท้าทายของ ‘ปิติพัฒน์’

โคเวิร์กกิ้งสเปซ ความท้าทายของ ‘ปิติพัฒน์’

14 มกราคม 2561

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ในสายเลือดก็ว่าได้ สำหรับ ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ

โดย โชคชัย สีนิลแท้

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ในสายเลือดก็ว่าได้ สำหรับ ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรีดา โฮลดิ้ง ที่ถือว่าเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่สานต่อธุรกิจจากรุ่นคุณปู่และคุณพ่อที่ทำมานานกว่า 60 ปีในเมืองไทย โดยเริ่มจัดตั้งเป็นบริษัท ปรีดา ก่อสร้าง เมื่อปี 2517 ในอดีตงานก่อสร้างส่วนใหญ่จะรับงานก่อสร้างวัง เจดีย์และพระธาตุ พร้อมกับได้ขยับมาพัฒนาที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม

ในอาชีพรับเหมาก่อสร้างจัดเป็นงานที่หนักมาก แต่คุณพ่อก็ต้องการให้รุ่นลูกเข้ามาสานต่อธุรกิจนี้ ที่สำคัญได้เดินหน้าพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมให้มีคุณภาพ โดยใส่ใจในรายละเอียดของการออกแบบที่ในยุคปัจจุบันอาจจะละเลยไป ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งคิ้วหรือบัว ที่ปัจจุบันแทบจะไม่เห็นโครงการทำเนื่องจากมองว่าเป็นต้นทุนในการพัฒนาโครงการ แต่ถือเป็นความใส่ใจเพราะไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ช่วยป้องกันเมื่อเวลาฝนตกจะช่วยป้องกันน้ำไหลเข้าทางบริเวณหน้าต่าง เป็นต้น 

“เราเน้นพัฒนาโครงการให้มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ เริ่มต้นการพัฒนาตั้งแต่การออกแบบด้านสถาปัตยกรรม งานก่อสร้าง รวมไปถึงการจัดตั้งนิติบุคคลอาคารชุดเข้ามาดูแลโครงการที่พัฒนา เพราะเชื่อว่าอย่างไรโครงการที่ก่อสร้างและส่งมอบให้กับลูกค้าไปแล้วไม่มีโครงการไหนสมบูรณ์แบบ 100% แต่ทำอย่างไรให้ปัญหาเกิดขึ้นน้อยที่สุด รวมไปถึงรับฟังปัญหาของผู้อยู่อาศัยเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข โดยจะต้องให้ความสำคัญ แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ละเลยไม่ได้” ปิติพัฒน์ กล่าว

โคเวิร์กกิ้งสเปซ   ความท้าทายของ ‘ปิติพัฒน์’

ที่ผ่านมาแม้ว่ารูปแบบการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ของบริษัทจะเน้นตลาดระดับกลาง-ล่าง หรือเป็นคอนโดระดับราคา 5-7 หมื่นบาท/ตารางเมตร ซึ่งเรียกได้ว่าเหมาะกับกำลังซื้อในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ต้องการที่อยู่อาศัยมีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาธุรกิจของบริษัทที่ไม่ได้เน้นกำไรสูงสุดเป็นตัวตั้ง 

ขณะที่การพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ก็ต้องไม่หยุดเรียนรู้ โดยจะต้องดูผู้ประกอบการทั้งหมดในตลาด ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่ กลางหรือเล็ก เรียกได้ว่าการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ประกอบกับเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ จึงได้ต่อยอดธุรกิจมาสู่การทำธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซในแบรนด์ KO KREATE SPACE ในนามบริษัท โคอาล่า สเปซ หลังจากได้ซื้อที่ดินติดถนนประดิพัทธ์ ซอย 1 เนื้อที่กว่า 3 ไร่ครึ่ง ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีบางซื่อ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานควาย และทางขึ้น-ลงทางด่วนพระราม 6  

ที่วางแผนงานในอนาคตไว้ว่าต้องการพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าวในรูปแบบโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินงาน คาดว่าในช่วงเวลา 4-5 ปีข้างหน้า หลังจากต้องการรอให้สถานีกลางบางซื่อแล้วเสร็จ และรถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดใช้บริการ จึงได้ปรับปรุงตึกแถวบริเวณด้านหน้าของแปลงที่ดินดังกล่าวที่เดิมเป็นอาคารพาณิชย์มาสู่ธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ และพื้นที่สำนักงานให้เช่ารายเดือน เนื่องจากมองเห็นศักยภาพบริเวณนี้ที่สะดวกในการเดินทางและยังขาดพื้นที่สำนักงานให้เช่าขนาดเล็ก

โคเวิร์กกิ้งสเปซ   ความท้าทายของ ‘ปิติพัฒน์’

โปรเจกต์นี้ ปิติพัฒน์ ได้ร่วมมือกับเพื่อนสนิทสมัยเรียนหนังสือ คือ ธนกฤต ฉัตราภรณ์ ทำงานอยู่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และยังมีความรู้ในธุรกิจสตาร์ทอัพ เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการก่อตั้งบริษัท โคอาล่า สเปซ ขึ้นโดยใช้สัญลักษณ์หมีโคอาล่า ที่เปรียบเสมือนการรักพวกพ้อง การทำงานเป็นทีม โดยสีของโลโก้จะเน้นโทนสีส้มและสีเทา

“โคเวิร์กกิ้งสเปซนั้นเป็นธุรกิจที่สามารถนำมาต่อยอดการทำธุรกิจใหม่ๆ ได้ในอนาคต เนื่องจากพื้นที่ที่เปิดให้ใช้บริการนั้น จะมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาใช้บริการ หลายสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นสามารถไปต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเป็นการทำให้เกิดสังคมแห่งการแบ่งปันทางด้านความรู้ หรือ Knowledge Sharing ซึ่งอาจจะไปร่วมมือกับเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพบางรายที่เข้ามาใช้บริการต่อยอดธุรกิจก็จะมองหาได้ไม่ยาก” ปิติพัฒน์ กล่าว

ตัวอย่างที่เห็นได้คือ หลังจากเปิดธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ มาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2560 นั้น นอกจากจะได้ผู้ที่มาเช่าพื้นที่แล้ว ยังได้รู้จักกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น อย่างเช่นแอพพลิเคชั่น HORGANICE ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ทำธุรกิจอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ทำให้ทราบถึงรายละเอียดการจ่ายค่าเช่าห้องพัก ค่าน้ำและค่าไฟต่างๆ จำนวนห้องพักที่ยังว่าง สามารถนำมาต่อยอดกับธุรกิจอสังหาฯ ได้

โคเวิร์กกิ้งสเปซ   ความท้าทายของ ‘ปิติพัฒน์’

ปัจจุบันพื้นที่อาคารสำนักงานขนาดเล็ก ธุรกิจเริ่มต้นนั้นหาได้ค่อนข้างยาก จึงต้องการทำให้พื้นที่ของ KO KREATE SPACE มีรูปแบบที่ครบวงจร เริ่มตั้งแต่พื้นที่จอดรถ โดยพื้นที่สำนักงานบริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ของอาคาร ให้บริการตั้งแต่ขนาดเล็ก 16-41 ตารางเมตร เพื่อรองรับผู้ที่มาใช้บริการตั้งแต่ 4-12 คน พร้อมให้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ส่วนบริเวณชั้นล่างนั้นเหมาะกับผู้ที่ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้ออกมาทำงานทุกวัน คิดค่าใช้บริการเริ่มต้นที่ 300 บาท/วัน และยังมีห้องประชุมบริเวณชั้นล่างที่รองรับผู้มาใช้บริการได้ 30-50 คน

ปิติพัฒน์ ย้ำว่าเป้าหมายในเวลานี้ไม่ได้ต้องการเน้นที่รายได้ แต่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่ระดมความคิดของคนรุ่นใหม่ มาพบปะสังสรรค์กัน ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจผ่านสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กแอด หรือการทำไลน์แอดต้องมีความรู้ที่หลากหลาย ซึ่งสื่อดิจิทัลนั้นมาไวมาก  ขณะเดียวกันในพื้นที่แห่งนี้ก็ยังสามารถใช้เวทีการจัดสัมมนากลุ่มย่อยได้ เพื่อให้ความรู้ในด้านต่างๆ เพราะทุกธุรกิจหนีไม่พ้นเทคโนโลยี ซึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้วคนยังใช้คอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นโมบายหมดแล้ว ทำให้คนในยุคนี้แทบจะไม่ต้องการที่จะลงซอฟต์แวร์ แล้วหันมาใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มีให้ลงฟรีอย่างมากมาย

เหมือนดังเช่นการพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ต่อไปจะหนีไม่พ้นธุรกิจที่ต้องเกี่ยวพันกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนหลากหลาย จะเห็นว่ามีการนำดิจิทัลมาใช้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา แอพพลิเคชั่นหรือแพลตฟอร์มต่างๆ

โคเวิร์กกิ้งสเปซ   ความท้าทายของ ‘ปิติพัฒน์’

แต่สิ่งสำคัญที่ทิ้งไม่ได้ในการทำงานกับคนในยุค 4.0 คือต้องเน้นที่คุณภาพ และสร้างความประทับใจ ที่สำคัญการบอกต่อเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโต ท่ามกลางการแข่งขันสมรภูมิธุรกิจที่ทวีความรุนแรง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่