
พลิกสนามบินเก่าและย่านอุตสาหกรรมซบเซาของฮ่องกง (1)
เมื่อปี 2011 ในการแถลงนโยบายประจำปีของฮ่องกง รัฐบาลได้ประกาศแนวทางการพลิกโฉมย่าน Kowloon East ให้กลายเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
เมื่อปี 2011 ในการแถลงนโยบายประจำปีของฮ่องกง รัฐบาลได้ประกาศแนวทางการพลิกโฉมย่าน Kowloon East ให้กลายเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
โดยเน้นบูรณาการ ความร่วมมือ และวิสัยทัศน์ร่วมที่ชัดเจน
ฮ่องกงเข้าใจดีว่ากลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 แตกต่างจากอดีต (ซึ่งเน้นอุตสาหกรรมการผลิต หรือการเป็นศูนย์กลางทางการเงิน)
เพื่อให้เกิดย่านธุรกิจชั้นนำของโลกแห่งศตวรรษที่ 21 จึงกำหนดวิสัยทัศน์ที่จะสร้างให้ Kowloon East เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตทั้ง 3 ด้าน คือ ใช้ชีวิต (Live) ทำงาน (Work) และสันทนาการ (Play)
น่าสนใจว่าฮ่องกงจะสร้างพื้นที่แห่งนี้ออกมาอย่างไร? และจะตอบโจทย์ทั้ง 3 ด้าน ได้อย่างครบถ้วน สมดุลไหม? หรือแค่พูดสวยๆ ตามเทรนด์ยุคสมัยเท่านั้น
พื้นที่บริเวณ Kowloon East เคยเป็นพลังขับเคลื่อนทางด้านอุตสาหกรรมการผลิตของฮ่องกง และเป็นประตูสู่ประเทศ ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน คือ สนามบินไคตั๊กเดิม ย่านอ่าวเกาลูน และย่านอุตสาหกรรม Kwun Tong
หลังมีการย้ายสนามบินไปยังที่ใหม่ในปี 1997 ได้มีความคิดในการจะแปลงโฉมสนามบินเก่า ให้เป็นการใช้งานพื้นที่รูปแบบใหม่ รวมทั้งปลุกชีพย่านโดยรอบที่เคยรุ่งเรืองแต่ซบเซาลง ให้คึกคักอีกครั้งในบริบทแห่งอนาคต
นั่นคือไอเดียตั้งต้น
การเตรียมการเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 แล้ว
การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) ซึ่งแต่ละรอบกินเวลาประมาณ 3-4 ปี ได้ถูกปรับแก้มาอย่างต่อเนื่อง จากที่ในแผนครั้งแรกๆ เน้นการถมทะเลเพิ่มพื้นที่อย่างมโหฬาร และมิติเชิงเดี่ยวของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ปรับปรุงไปสู่การเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สันทนาการและคุณค่าชีวิตด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันทางสังคม ความต้องการของผู้คน และแนวโน้มของโลกที่เริ่มตาสว่างมากขึ้น มุ่งไปยังการพัฒนาที่ยั่งยืน และเอา “คุณภาพชีวิต” มาเป็นตัวตั้งมากขึ้น
มีบางประเด็นขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นฟ้องร้องกัน จนในที่สุดเมื่อศาลฎีกาตัดสิน ค้านกับทิศทางที่รัฐบาลมุ่งไป รัฐก็ต้องกลับลำ ปรับแผนในบางส่วน เพื่อให้โครงการไปต่อได้
ทั้งหมดเป็นกระบวนการทางสังคม เพื่อแสวงหาข้อตกลงร่วม ในทิศทางการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ที่กระทบคนจำนวนมหาศาล และมีมิติมากมายให้พิจารณา
ในเมืองไทย ผมเคยได้ยินหลายเคสในการพัฒนาเมืองขอนแก่น ซึ่งเลือกใช้กระบวนการพูดคุย ทั้งจากขั้วตรงข้ามและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเท่าที่ทราบมักจะคลี่คลายจนเกิดทางออกร่วมที่ยอมรับกันได้
กลับไปที่ฮ่องกง หลังผ่านกระบวนการตกลงต่อรองของสังคมจนได้ข้อสรุป และผ่านการเห็นชอบของรัฐบาล ก็นำไปสู่ขั้นตอนประกาศเพื่อเดินหน้าโครงการในปี 2011
รายละเอียดที่รัฐบาลแถลงในวันนั้นคือ ที่มาที่ไป (Background) วิสัยทัศน์ (Vision) ยุทธศาสตร์ (Strategy) องค์ประกอบหลัก (Key Themes) ในการพัฒนาโครงการ ภายใต้ชื่อเรียก Energizing Kowloon East
จากนั้นไม่กี่เดือนก็คลอด “แผนแม่บททางความคิด” (Conceptual Master Plan : CMP) ฉบับแรกออกมา
หนึ่งปีถัดมา (2012) รัฐบาลได้ประกาศตั้งสำนักงานของโครงการนี้ขึ้น ในนาม Energizing Kowloon East Office (EKEO)
EKEO ไม่เพียงทำหน้าที่แค่ประสานงานระหว่างหลายหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่จะเล่นบทที่เรียกว่า Place-maker
(อะไรคือ Place-maker? ... Place-Maker ในบริบทนี้ หมายถึงผู้อำนวยให้เกิดกระบวนการ Placemaking ซึ่งหมายถึงแนวทางในการวางแผน ออกแบบ และจัดการพื้นที่สาธารณะ โดยให้ชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ร่วมกันกำหนด)
"EKEO will serve as a platform for all walks of life to form a partnership, and that the various initiatives under the Energizing Kowloon East project will move forward through collective wisdom and effort.” Carrie Lam รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาประเทศฮ่องกง กล่าวในวันเปิดสำนักงานนี้
พร้อมกันนี้ได้อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ของแผนแม่บท ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่น 2.0 ออกมาด้วย ซึ่งเป็นผลผลิตที่ผ่านกระบวนการทำงาน ลงรายละเอียด และปรับปรุงแผน ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อย่างเข้มข้นตลอด 365 วัน หลังจากแผนแม่บทฉบับแรกถูกประกาศออกไป
แผนแม่บททางแนวคิดในแต่ละเวอร์ชั่นจะสรุปความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุดที่ถูกกลั่นกรองจนตกผลึก จากกระบวนการพูดคุยอย่างต่อเนื่องกับชุมชน เพื่อให้วิสัยทัศน์ร่วมอันเป็นจุดหมายปลายทางนั้น ถูกปรับแต่งลงสู่รูปธรรมจริงในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมที่สุด
ในตอนหน้าจะชวนกันไปดูว่าในแผนแม่บทที่เขาเคลมว่ามีชีวิต และเติบโตมาจนถึงเวอร์ชั่น 5.0 แล้วนั้น มันมีรายละเอียดข้างในอย่างไร มีชีวิตจริงหรือไม่
(ระหว่างนี้ ท่านผู้อ่านสามารถไปสำรวจและศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.ekeo.gov.hk และเลือกหัวข้อ Conceptual Master Plan หรือถ้าได้ไปฮ่องกงก็เข้าไปเรียนรู้ดูชมพื้นที่ได้เลย นอกจากนั้นที่ออฟฟิศของ EKEO ซึ่งทำหน้าที่เหมือนศูนย์พบปะของชุมชน มีศูนย์ข้อมูลให้บริการอยู่ด้วยนะครับ)
พบกันตอนหน้า วันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ. ครับ







