
ทหารกำลังต่อสู้กับใคร?
2475 สู้กับเจ้าและคนในระบอบเก่า
โดย ทวี สุรฤทธิกุล
2475 สู้กับเจ้าและคนในระบอบเก่า
2490 สู้กับคณะราษฎรและทหาร
2516 สู้กับนักศึกษาและปัญญาชน
2535 สู้กับชนชั้นกลางและทหาร
2549 และ 2557 สู้กับนักการเมือง
2561 กำลังต่อสู้กับโซเชียลมีเดีย?
ข้อสรุปข้างต้นเป็นข้อสังเกตของผู้เขียน ที่มองย้อนไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพื่อพยายามทำความเข้าใจว่าสังคมไทยมีความ ขัดแย้งทางการเมืองอะไรที่เด่นๆ โดยเฉพาะบทบาทของทหารที่เข้ามามีบทบาททางการเมืองตลอดเวลาเกือบ 86 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งนี้ นักรัฐศาสตร์เรียกว่า "การแทรกแซงทางการเมือง" (Political Intervention) อันหมายถึง "การเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองของผู้ที่ไม่ควรมีหน้าที่นั้น"
ผู้นำทหารของไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีมุมมองแบบ "เอามือปิดฟ้า" ว่า "ทหารมี หน้าที่ในการดูแลบ้านเมืองอย่างแน่นอน ดังนั้น การเข้ามาดำเนินการใดๆ ทางการเมืองโดยทหารจึงไม่ผิด"
แต่ถ้าทหารเหล่านั้นจะเอามือที่บังฟ้าและปิดโลกทั้งใบนี้ออกไปเสียบ้าง (คำเปรียบเทียบนี้มีความหมายว่า "คิดให้กว้าง คิดให้ไกล มองให้รอบๆ") โดยเฉพาะการมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ ที่อาจจะสรุปแบบ "กำปั้นทุบดิน" ได้ว่า "ทหารยังทำอะไรให้กับการเมืองไทยได้สำเร็จสักเรื่องเดียวเลย"
เมื่อครั้งที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ในแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของคณะราษฎรได้กล่าวหาระบอบเจ้าอย่างรุนแรง และบอกว่าคณะราษฎรที่มีทหารเป็นแกนนำนี้จะนำ "โลกพระศรีอาริย์" มาสู่สังคมไทย แต่ตลอด 15 ปีจนถึงปี 2490 คณะราษฎรก็มัวแต่คิดระวังฐานอำนาจของตนและขัดแย้งกันเองในหมู่คณะราษฎร จนถึงการรัฐประหาร 2490 ฝ่ายทหารในคณะราษฎรจึงยึดอำนาจไว้ในฝ่ายทหารไว้ทั้งหมด แล้วขจัดคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายออกไปเสียจาก "ชามอำนาจ"
คณะทหารที่ทำรัฐประหาร 2490 ได้ "ขายฝัน" อย่างหนึ่งคือ "การสร้างประชาธิปไตย" แต่ทหารก็เกิดขัดแย้งกันเอง เพราะการต่อสู้กันเพื่อที่จะมีอำนาจภายหลังการเลือกตั้งในปี 2500 นั่นเอง ซึ่งภายหลังนายทหารที่ทำการรัฐประหารขับไล่ทหารกลุ่มที่เคยหล่อเลี้ยงตนเองมานั้นก็ได้กลายเป็นวีรบุรุษ ถึงขั้นที่ใช้การปกครองแบบ "พ่อปกครองลูก" มาปกครองคนไทย ทั้งยังเชื่อว่าคนไทยรักทหารและอยากให้ทหารอยู่ในอำนาจไปนานๆ เพราะสามารถนำความเจริญ "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี" มาสู่สังคมไทย แต่เมื่อจอมพลท่านนี้สิ้นชีวิต ทหารที่สืบทอดก็พยายามจะใช้ "เสื้อคลุมประชาธิปไตย" ทำให้ทหารดูดี โดยเปิดให้มีการเลือกตั้งในปี 2512 แต่ก็คุมนักการเมืองจากการเลือกตั้งไม่ได้ จึงทำรัฐประหารตนเองเพื่อยึดครองอำนาจไว้ในอีกสองปีต่อมา จนกระทั่งนักศึกษาและปัญญาชนต้องออกมาประท้วงขับไล่ไปในวันที่ 14 ต.ค. 2516
ผู้เขียนจะไม่พูดถึงกรณีที่ทหารสู้กับทหารและชนชั้นกลางในปี 2535 หรือที่สู้กับนักการเมืองบางกลุ่มในปี 2549 และ 2557 เพราะท่านผู้อ่านน่าจะเกิดทัน โดยเฉพาะท่านที่สนใจปัญหาบ้านเมืองก็อาจจะพอทราบว่าทหารได้ทำอะไร (หรือไม่ได้ทำอะไร คือทำอะไรไม่สำเร็จ) บ้าง แต่อยากให้ท่านทั้งหลายมามองดูทหารใน พ.ศ.นี้ ที่ผู้เขียนมองว่าอาจจะ "ซ้ำรอยประวัติศาสตร์" อย่างในช่วงก่อน 14 ตุลา 2516 นั้นก็ได้
ประการแรก ดูเหมือนว่าทหารคณะที่กำลังปกครองประเทศไทยอยู่นี้เชื่อว่าคนไทยกำลังร้องเพลง "ชีวิตฉันขาดเธอ (ทหาร) ไม่ได้" เพราะไม่มีใครดีกว่าทหาร แม้แต่นักการเมืองที่จะเลือกตั้งเข้ามาก็ต้องมาสนับสนุนทหาร ส่วนนักการเมืองที่ไม่เอาทหารนั้นก็คือนักการเมืองในแบบเก่าๆ ที่โกงกินและประชาชนรังเกียจ
ประการต่อมา ก่อนเกิด 14 ตุลา 2516 ทหารก็ "เริงใจ" ว่าไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจทหาร มีการแต่งตั้งลูกชายให้เลื่อนยศอย่างรวดเร็ว มีการสร้างอาณาจักรทางธุรกิจให้ลูกหลานและเครือญาติ (เปรียบเทียบว่าถ้าทหารบางนาย จะทำอะไรโก้หรูโดยไม่แจ้ง ป.ป.ช.ก็ไม่มีอะไร น่าเกลียด) แต่ก็ท้าทายความรู้สึกของผู้คน
ประการสุดท้าย ทหารในยุคนั้นคิดว่าถ้าควบคุม "แกนนำ" บางคนของกลุ่มที่ต่อต้านไว้ได้ ทหารก็จะไม่มีใครทำอะไรได้ เหมือนกับที่แกนนำของทั้งคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง และในพรรคการเมือง กำลังอยู่ในกระบวนการ ทางศาลและคดีความต่างๆ แต่ทหารจะรู้ไหมว่าใน "หัวใจ" ของผู้คนนั้นกำลังมีอะไร "คุกรุ่น" อยู่
ผู้เขียนเชื่อในทฤษฎีที่ว่า "สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ" ขณะนี้เราอาจจะมองไม่เห็นวีรบุรุษคนนั้นอย่างชัดเจน รวมถึงก็ยังไม่รู้ด้วยว่าจะเป็นใคร แต่เมื่อสถานการณ์นั้นสุกงอม เพียงแค่ "ลิงตัวหนึ่ง" ที่กล้าโผล่ออกมายืนข้างหน้าก็อาจจะกลายเป็นวีรบุรุษได้ โดยไม่จำเป็นต้อง "เทวดา" หรือ "ผู้วิเศษ" จากที่ใดๆ
ขอให้ท่านผู้อ่านลองนึกภาพให้เป็นช็อตๆ ตามลำดับดังนี้ วันนี้ท่านผู้นำทหารให้คนไทยทั้งหลายทำตัวดีๆ รวมทั้งสื่อมวลชนก็อย่าสร้างความแตกแยก แต่ท่านได้ให้ "เพื่อนพ้องน้องพี่" ของท่านทำอะไรได้ตามใจ แปลง่ายๆ ว่า ปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน แต่เปิดกว้างให้อภิสิทธิ์แก่ผู้มีอำนาจ จากนั้นผู้คนก็ไปซุบซิบนินทาในสื่อออนไลน์คือโซเชียลมีเดียทั้งหลายจนเสียงระงมว่า "ไม่ดีๆๆๆ" ดังไปทั้งเมือง ต่อมาวันหนึ่งท่านผู้มีอำนาจก็ให้ควบคุมสื่อทุกจำพวก รวมถึงสื่อออนไลน์นี้เสีย แล้วบังเอิญมี "คนกล้า" คนหนึ่งออกมาฝ่าฝืนให้ถูกจับ เกิดกระแสความเห็นใจแล้วต่อต้านทหารไปทุกที่ อย่างนี้ก็อาจจะเกิด 14 ตุลา 2561 (สมมติ) ได้ในที่สุด
เริ่มปีใหม่นี้ก็มีคนส่ง ส.ค.ส.ในทำนองนี้ถึงท่านผู้นำบ้างแล้ว







