posttoday
ออมเท่าไร? ถึงพอใช้หลังเกษียณ

ออมเท่าไร? ถึงพอใช้หลังเกษียณ

13 มกราคม 2561

เคยคิดกันบ้างมั้ยว่า หากพรุ่งนี้เป็นวันที่เราต้องเกษียณ ไม่มีงานทำ จะทำอย่างไร?

โดย  ภาดนุ ภาพ : รอยเตอร์ส

 เคยคิดกันบ้างมั้ยว่า หากพรุ่งนี้เป็นวันที่เราต้องเกษียณ ไม่มีงานทำ จะทำอย่างไร?

 อ๊ะ! อย่าเพิ่งกลุ้มใจไป เพราะครั้งนี้เราได้นำบทความเรื่องการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งเขียนโดย พจณี คงคาลัย เจ้าของพ็อกเกตบุ๊ก "จน เครียด เก็บตังค์สิ" มาฝาก จะได้ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณให้ได้ตามเป้าหมายไงล่ะ

 จากสโลแกนที่ว่า "วางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีในวันหน้า" บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วจะเริ่มวางแผนเกษียณได้เมื่อไร?

 คำตอบคือ สามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวเลยละ การซื้อบ้าน ซื้อทรัพย์สินต่างๆ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนเกษียณ แต่แผนอาจจะปรับเปลี่ยนได้เมื่อเวลาผ่านไป เช่น เราตั้งใจว่าเมื่อเกษียณแล้วจะไปเป็นอาจารย์รับจ้างสอนพิเศษ ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีครอบครัว ก็อาจเปลี่ยนเป็นขอไปท่องเที่ยวสองคนตายายก็ได้

 แต่อย่างไรก็ตาม การออมเพื่อใช้ยามเกษียณนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่ทำงาน

จะออมเท่าไรถึงจะเพียงพอหลังเกษียณ ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

 - ที่อยู่ จะอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ถ้ามีครอบครัวแล้วจะอยู่กับลูกหรือเปล่า? หรือจะอยู่กันสองคนตายาย หรืออยู่คนเดียวกรณีเป็นม่าย หากเป็นโสดจะอยู่คนเดียวหรืออยู่กับญาติพี่น้อง เมื่อสรุปได้ก็ต้องดูว่า จะต้องมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนเท่าไร ต่อปีเท่าไร

 - เกษียณแล้วจะทำอะไร จะหางานทำต่อไหม? เช่น รับจ้างเป็นอาจารย์สอนพิเศษ หรือกรณีเจ้าของกิจการ เมื่อวางมืออาจคอยเป็นที่ปรึกษาให้ลูกหลานไหม?

    บางคนชอบต้นไม้ อาจเลี้ยงกล้วยไม้หรือเพาะต้นไม้ขาย บางคนไม่ต้องการทำงานแล้วก็อาจวางแผนท่องเที่ยว บางคนชอบธรรมะก็อาจหันหน้าเข้าวัดทำบุญ ศึกษาธรรมะ หรือเปิดเป็นสถานที่ให้ผู้คนเข้ามาปฏิบัติธรรม ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่ทุกคนต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะวางแผนอย่างไรทุกอย่างต้องใช้เงิน เพราะฉะนั้นต้องคำนวณออกมาเป็นตัวเงินให้ได้ ว่าต้องใช้เงินเท่าไร? เช่น วางแผนว่าจะท่องเที่ยวหลังเกษียณ ก็ต้องรู้ว่าปีหนึ่งจะใช้เงินเท่าไร และจะเดินทางไปไหนบ้าง

 - ต้องมีภาระอะไรอีกหรือไม่หลังเกษียณ เช่น ต้องส่งเสียหลานเรียนต่อ ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงดูภรรยา-สามี หรือมีภาระหนี้สินต่อเนื่องที่ต้องผ่อนชำระ บางท่านอาจนึกขำในใจว่า ลำพังตัวเองก็จะเอาไม่รอด แล้วยังต้องดูแลคนอื่นอีก จะไหวเหรอ แต่นี่คือชีวิตจริง ฉะนั้นถ้าเราคาดว่าต้องรับภาระเหล่านี้ จะต้องเตรียมตัวและคำนวณไว้ให้พร้อมว่าจะต้องใช้เงินเท่าไร

 - ภาษีสังคมจะมีอีกไหม? เช่น งานแต่งงาน อาจเป็นงานแต่งลูกหลานที่เราต้องเตรียมเงินรับไหว้หรือยกน้ำชา ซึ่งแล้วแต่ประเพณี หรืองานสังสรรค์วันเกิด งานบุญงานกุศลต่างๆ ที่อาจต้องเข้าร่วม ซึ่งเงินที่ใช้หลังเกษียณดูท่าว่าจะไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

ปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาสำหรับคำนวณเงินออม เพื่อให้มีเงินใช้สบายๆ หลังเกษียณ

 - ค่ารักษาพยาบาล ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ทุกคนต้องการชีวิตที่ปลอดโรค แต่บางครั้งการไม่เอาใจใส่ ดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ไม่ระวังเรื่องอาหารการกิน ไม่ออกกำลังกาย ประกอบกับความเครียดจากการทำงานมาตลอด 20-30 ปี จะส่งผลต่อสุขภาพเราหลังเกษียณ

 เพราะฉะนั้นย้อนดูการใช้ชีวิตของเราที่ผ่านมา คงพอทำนายได้ว่าจะเจอกับโรคใดได้บ้าง และต้องเตรียมค่ารักษาพยาบาลไว้เท่าไหร่?

 ประกันสุขภาพรุ่นหลังๆ จะคุ้มครองถึงอายุประมาณ 70 ปี แต่ประกันบางแบบอาจคุ้มครองถึงอายุเพียง 60 ปี แต่ก็มีบริษัทรับประกันสุขภาพบางแห่งคุ้มครองตลอดชีพ แต่มีข้อแม้ว่าต้องสมัครก่อนอายุ 60 ปี หลังจากนั้นต่อไปทุกปีจนตลอดชีพ ค่าเบี้ยประกันก็จะเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน ฉะนั้นต้องดูว่าจะเตรียมเงินค่ารักษาพยาบาลไว้เท่าไร? ในกรณีที่ประกันไม่คุ้มครอง และต้องเตรียมเงินสำหรับจ่ายเบี้ยประกันไว้เป็นจำนวนเงินเท่าไร? เป็นต้น

 - ปัจจัยสุดท้ายคือ คาดว่าจะอยู่ถึงอายุเท่าไร? ข้อนี้สำคัญ เพราะช่วยให้เรารู้ว่าจะต้องใช้เงินช่วงหลังเกษียณกี่ปี ทำยังไงถึงจะคำนวณได้ถูกต้อง คงไม่มีใครสามารถคำนวณได้ถูกต้องแม่นยำ ให้ใช้วิธีดูจากสถิติการเสียชีวิตของญาติพี่น้อง คนในครอบครัว ว่ามีแนวโน้มเสียชีวิตที่อายุประมาณเท่าไร? จากนั้นลองประมาณโดยดูจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราประกอบด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าต้องใช้เงินหลังเกษียณกี่ปี

 เมื่อทราบปัจจัยต่างๆ เรียบร้อยแล้ว จะทำให้รู้คร่าวๆ ว่าต้องใช้เงินแต่ละเดือน แต่ละปีประมาณเท่าไร? และรู้ว่าต้องใช้กี่ปี เมื่อคูณเข้าไปจะทำให้ได้ยอดเงินทั้งหมดอย่างคร่าวๆ ที่เราต้องใช้หลังเกษียณ ทีนี้ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาเก็บออมเงินให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ และอาจเก็บเกินเอาไว้ก่อน เผื่อกรณีเงินเฟ้อ

 ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะทำเพื่อป้องกันความเสี่ยง กรณีบังเอิญอายุยืนยาวกว่าที่คาดไว้ คือทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ อาจเป็นแบบชำระเบี้ย 20 ปีคุ้มครองตลอดชีพ หรือชำระเบี้ยจนถึงอายุ 90 ปีคุ้มครองตลอดชีพ ซึ่งเบี้ยประกันจะถูกกว่าแบบแรกมาก แต่ก็ต้องวางแผนเตรียมเงินสำหรับชำระเบี้ยประกันให้ดี อาจเลือกชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือน จะได้ไม่กระทบต่อรายได้มากนัก

การทำประกันแบบตลอดชีพ มีประโยชน์อย่างไรต่อการวางแผนเกษียณ

 1.กรณีเกิดพลิกล็อกอายุยืนยาวกว่าที่คาดไว้ จำนวนเงินที่ออมไว้ใช้หลังเกษียณอาจไม่เพียงพอ ถึงเวลานั้นหากเรามีประกันแบบตลอดชีพ ก็สามารถเวนคืนกรมธรรม์เอาเงินจำนวนหนึ่งออกมาใช้ได้ มากน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาและจำนวนเงินที่เราชำระเบี้ยประกันไป

 2.กรณีคำนวณอายุได้ถูกต้องหรือใกล้เคียง หากเราเป็นอะไรไปจะได้ไม่เดือดร้อนคนที่อยู่ข้างหลัง ลูกหลาน หรือญาติพี่น้องที่เป็นผู้รับประโยชน์ สามารถนำเงินที่ได้รับจากกรมธรรม์ดังกล่าวมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรื่องงานศพได้ หากมีเหลือก็เป็นมรดกให้กับลูกหลานได้อีก

 คงไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป สำหรับการที่จะมีชีวิตหลังเกษียณอย่างสุขสบาย หากเรารู้จักวางแผนทางด้านการเงิน เตรียมแผนสำหรับชีวิตความเป็นอยู่หลังเกษียณให้พร้อม และเดินตามแผนที่วางไว้ โดยยึดหลักการพึ่งพาตัวเอง อย่าไปคาดหวังว่าจะรอให้ลูกหลานเลี้ยง พึ่งพาตัวเองได้เป็นดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน