
โพยหุ้นได้-เสียเงินบาทเดินหน้าแข็งค่า
โพยหุ้นได้-เสียจากเงินบาทแข็งค่า ชี้ชัดนำเข้าวัตถุดิบได้ประโยชน์ ขณะที่ส่งออกกดกำไร ด้าน CNS มองมีโอกาสเห็น 30.8 บาท
โพยหุ้นได้-เสียจากเงินบาทแข็งค่า ชี้ชัดนำเข้าวัตถุดิบได้ประโยชน์ ขณะที่ส่งออกกดกำไร ด้าน CNS มองมีโอกาสเห็น 30.8 บาท
เงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและล่าสุดซื้อขายที่ 31.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นในรอบ 40 เดือน ซึ่งผลจากบาทแข็งค่าทำให้หลายๆ แห่ง ได้ออกบทวิเคราะห์ถึงหุ้นกลุ่มที่ได้และ เสียจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน (CNS) มองว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องซึ่งทางฝ่ายวิจัยมองว่ามีโอกาสที่จะแข็งค่าแตะ 30.8 บาท/ดอลลาร์ หลังจากจีนชะลอซื้อพันธบัตร กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
นอกจากนี้ การปรับพอร์ตของ นักลงทุนต่างชาติจะหนุนให้ทิศทางเงินนอกมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ ในเอเชีย เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศ ที่เศรษฐกิจเติบโตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะไทยมีการฟื้นตัวทั้งส่งออกและท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เงินแข็งค่าเป็นปัจจัยหนุนต่อกลุ่มที่นำเข้าสินค้าทุน เช่น ช.การช่าง (CK) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA) แต่จะเป็นลบกลุ่มส่งออก บริษัท เคซีอี (KCE) บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป (TU) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)
สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินเงินบาทที่แข็งค่าเทียบค่าเงินดอลลาร์ในขณะนี้ เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบจากต่างประเทศ (แต่ขายสินค้าในไทย) เช่น กลุ่มน้ำมันพืชไทย (TVO) เพราะนำเข้าถั่วเหลืองมาผลิตกากถั่วเหลืองและผลิตน้ำมันขายในไทย) บริษัท ริช สปอร์ต (RSP) เพราะนำเข้ารองเท้าคอนเวิร์สมาขายในไทย บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ ไพรซ์ (WINNER) นำเข้าสินค้าอาหารขายในไทย จะส่งผลดีต่อกลุ่มขายสินค้า อุปกรณ์ไอทีที่ต้องนำเข้าสินค้า เช่น บริษัท คอมเซเว่น (COM7) บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) (SYNEX) บริษัท เจ มาร์ท (JMART) ขณะเดียวกันแนะนำชะลอการลงทุนในกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ยอดผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์อาจชะลอตัว







