posttoday
พันธสัญญาของ ปตท.สผ. ต่อประเทศไทย

พันธสัญญาของ ปตท.สผ. ต่อประเทศไทย

08 มกราคม 2561

สมพร ว่องวุฒิพรชัยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทยเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เนื่องจากสัมปทานปิโตรเลียมแหล่งบงกชของ ปตท.สผ. และแหล่งเอราวัณของเชฟรอน จะสิ้นสุดระยะเวลาการผลิตใน 5-6 ปีข้างหน้า โดยรัฐบาลตัดสินใจให้เปิดประมูลการเข้าดำเนินงานในพื้นที่สัมปทานข้างต้น ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปว่า ปตท.สผ.ได้เข้ามามีบทบาทหลักในการดำเนินงานแหล่งบงกชเป็นเวลานานพอสมควร

สมพร ว่องวุฒิพรชัยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทยเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เนื่องจากสัมปทานปิโตรเลียมแหล่งบงกชของ ปตท.สผ. และแหล่งเอราวัณของเชฟรอน จะสิ้นสุดระยะเวลาการผลิตใน 5-6 ปีข้างหน้า โดยรัฐบาลตัดสินใจให้เปิดประมูลการเข้าดำเนินงานในพื้นที่สัมปทานข้างต้น ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปว่า ปตท.สผ.ได้เข้ามามีบทบาทหลักในการดำเนินงานแหล่งบงกชเป็นเวลานานพอสมควร

และกำลังก้าวสู่ปีที่ 25 ของการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกช ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทย ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ ของธุรกิจปิโตรเลียมไทย และนำมาซึ่งศักยภาพของบริษัทไทยดำเนินงาน โดยคนไทย เพื่อปฏิบัติภารกิจที่สำคัญตามที่รัฐบาลมอบหมาย คือเป็นกลไกหลักของรัฐที่รับผิดชอบภารกิจ ในการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ให้แก่รัฐ และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ

แหล่งก๊าซบงกชเป็นความ ภาคภูมิใจของพนักงานชาว ปตท.สผ.ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2544 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม โครงการบงกชและโครงการอาทิตย์ว่า "พื้นที่ปิโตรเลียมนวมินทร์" พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อ ปตท.สผ. บริษัทไทยดำเนินงาน โดยคนไทย จึงเป็นขวัญและกำลังใจ สูงสุดให้กับชาว ปตท.สผ.ที่จะดำเนินภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป

ขอมองย้อนกลับไปในอดีตถึง จุดเริ่มต้นของ ปตท.สผ.เมื่อราว 30 ปี สถานการณ์ด้านพลังงานโดยเฉพาะปิโตรเลียมค่อนข้างวิกฤต คือ ราคาน้ำมันแพง หรือบางครั้งก็ขาดแคลน ประเทศไทยมีข้อจำกัดทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร และเงินทุน เป็นผลให้รัฐต้องเชิญชวนและส่งเสริม ให้บริษัทต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจปิโตรเลียมในประเทศ

ปตท.สผ.จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ที่รัฐพึงมีพึงได้จากทรัพยากรในชาติให้กลับคืนสู่รัฐและประชาชน เมื่อผู้รับสัมปทานได้ ค้นพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ตามเงื่อนไขในสัมปทานในขณะนั้นที่ต้องการให้รัฐเข้าร่วมประกอบธุรกิจปิโตรเลียม รัฐจึงให้ ปตท.จัดตั้ง ปตท.สผ.ขึ้น เพื่อรับสิทธิการเข้าร่วมทุน ปตท.จึงแยกฝ่ายสำรวจและผลิตปิโตรเลียมออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด ใช้ชื่อว่า "ปตท.สผ." ด้วยทุน จดทะเบียน 4 แสนบาท เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อให้ ปตท.สผ.เข้าร่วมเป็นผู้รับสัมปทาน เริ่มจากแหล่งน้ำมันบนบก คือ แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ กับบริษัท ไทยเชลล์ฯ (ในขณะนั้น) ในสัดส่วน 25%

การเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์พลังงานของประเทศเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลตัดสินใจให้ ปตท.สผ.ซื้อสัมปทานจากบริษัท เท็กซัส แปซิฟิค คืน หลังจากการเจรจาซื้อขายก๊าซระหว่างรัฐบาล กับผู้รับสัมปทาน คือ บริษัท เท็กซัส แปซิฟิค ยืดเยื้อเป็นเวลามากกว่า 10 ปี ปตท.สผ.ได้ซื้อคืนสัมปทานและหาผู้ร่วมทุน พัฒนาแหล่งก๊าซโครงสร้าง "บี" ซึ่งปัจจุบันคือแหล่งก๊าซ "บงกช" โดยมีข้อกำหนดให้ ปตท.สผ.เข้ารับโอนการเป็นผู้ดำเนินงาน (Operator) แทนบริษัทน้ำมันต่างชาติให้ได้

ภายใน 5 ปี ปตท.สผ.สามารถปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายเป็นผลสำเร็จ โดยเข้าเป็นผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซบงกชในปี 2541 แทนบริษัท โททาล บริษัทน้ำมันชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการในขณะนั้นได้ตามกำหนดเวลา

วิสัยทัศน์ของรัฐบาลในขณะนั้น ที่เล็งเห็นว่าธุรกิจปิโตรเลียมเป็นธุรกิจพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ การจัดตั้ง ปตท.สผ.ให้เป็นกลไกหลักของรัฐในการดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมให้เป็นผล เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ถือหุ้นเข้าร่วมทุนกับบริษัทน้ำมันต่างชาติ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ และก้าวเป็นผู้ดำเนินงานด้วยตนเอง นับเป็นวิสัยทัศน์ที่สร้างเสริมให้ประเทศมีความมั่นคงด้านพลังงานมาจนถึงปัจจุบัน

จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน ได้ผ่านช่วงเวลามาเกือบ 20 ปีแล้วที่ ปตท.สผ.ได้เข้าเป็นผู้ดำเนินการแหล่งบงกช ปฏิบัติงานโดยคนไทยเกือบ 100% ทั้งด้านการสำรวจ การพัฒนา และการผลิตก๊าซธรรมชาติ สามารถนำส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแหล่งบงกชสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติ ถึง 900 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน คิดเป็นร้อยละ 20 ของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติของประเทศ เป็นบทพิสูจน์ ถึงความมุ่งมั่นของบุคลากร ปตท.สผ.ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่ได้ร่วมกันพัฒนาและหล่อหลอมประสบการณ์ ในการดำเนินงานเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย สามารถพิสูจน์เป็นอย่างดีว่าบริษัทไทยมีศักยภาพในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ทัดเทียมกับบริษัทน้ำมันนานาชาติทุกประการ

ทุกวันนี้ ปตท.สผ.ขยายธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกถึง 10 ประเทศ โดยได้นำประโยชน์กลับสู่ประเทศไทยทั้งใน รูปแบบของน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ และในรูปแบบของตัวเงินจากรายได้ ที่กลับคืนสู่ประเทศ เฉพาะแหล่งบงกชเพียงแหล่งเดียว ได้นำส่งรายได้ให้กับภาครัฐได้มากกว่า 2 แสนล้านบาท ในรูปของค่าภาคหลวง ภาษี และ ผลตอบแทนพิเศษอื่นๆ ตลอดช่วง 20 กว่าปีที่แหล่งบงกชได้ผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศ นอกจากนั้น ปตท.สผ.ยังนำส่งรายได้เข้ารัฐผ่าน รูปแบบของเงินปันผลที่ ปตท.สผ. จ่ายให้กับ ปตท.ซึ่งเป็นบริษัทแม่ โดยเงินปันผลดังกล่าวท้ายที่สุดแล้วจะถูกนำส่งให้กับกระทรวงการคลังในฐานะ ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ปตท.

ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่าภารกิจหลักที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กับ ปตท.สผ.ในการเป็นแกนนำด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้บรรลุผลดังเจตนารมณ์ และ ปตท.สผ.ยังมุ่งมั่นในการดำเนินงานแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทยตามพันธสัญญาที่มีตลอดไป n

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่