
ตลท.ก้าวสู่ยุคดิจิทัล
บงกชรัตน์ สร้อยทองปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมกำลังถูกความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และทำให้ทุกองค์กรต่างต้องปรับแผนงานเตรียมกลยุทธ์รับยุคดิจิทัล
บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมกำลังถูกความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และทำให้ทุกองค์กรต่างต้องปรับแผนงานเตรียมกลยุทธ์รับยุคดิจิทัล
"เกศรา มัญชุศรี" กรรมการและ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีมุมมองว่า เรื่องเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกสมัย แต่ปัจจุบันเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้น เมื่อเทคโนโลยีมาแน่นอน ทุกหน่วยงานควรเตรียมพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยต้องเริ่มจากคนในองค์กรก่อน จากนั้นจะขับเคลื่อนไปได้ทุกองคาพยพ และเกิดผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ตลท.สามารถเป็นตัวกลางหรือเริ่มวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้อุตสาหกรรมได้ก็จะทำ เพราะท้ายที่สุดนักลงทุนสามารถเข้าถึง มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนด้านตลาดทุนมากขึ้น ส่วนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็สามารถประหยัดต้นทุนในการดำเนินการ สื่อสาร ทำการตลาด และออกผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้ลงทุนอย่างแท้จริง
"ถิรพันธุ์ สรรพกิจ" ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลท. กล่าวว่า ตลท.ได้เริ่มก้าวสู่ดิจิทัลมา 2-3 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลที่เคยบันทึกเป็นเพียงวิธีการง่ายๆ ด้วยมือ เข้าสู่ระบบการจัดเก็บเป็น "ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า" ไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้หน่วยงานแต่ละฝ่ายต่อยอดกับฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือ "ดาต้า แพลตฟอร์ม"
ที่ปรากฏชัดเจน คือ พฤติกรรมนักลงทุนในตลาดทุน เช่น จากแอพพลิเคชั่น จากเว็บไซต์ ตลท. ทางฝ่ายการตลาดไปทำการตลาด ออกข้อมูล หาพันธมิตร เชื่อมโยง หรือเพิ่มช่องทางในการกระจายข้อมูลได้อย่างตรงจุดและตรงกับความต้องการของผู้ลงทุนได้มากขึ้น
ภายในปีนี้ ตลท.ก็จะเริ่มการเก็บข้อมูลด้านความถี่ของข่าว หุ้น หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่อยู่ในเว็บไซต์ หรือบนเครือข่ายโซเชียล มากขึ้น จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และดูว่าเกิดผลหรือมีแนวโน้มความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นมากน้อยขนาดไหน ซึ่งอาจมีผลต่อการนำมาปรับปรุงกฎเกณฑ์หรือมาตรการเตือนผู้ลงทุนในการลงทุนได้ แต่ผลที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล
"ถิรพันธุ์" กล่าวว่า หลัง ตลท.นำ "บล็อกเชน" มาเก็บเรื่องการทำธุรกรรมของแพลตฟอร์ม Live ซึ่งจะเกิดขึ้นในไตรมาส 2 นี้ ได้มีการทดสอบระบบผ่านไปด้วยดี โดยปีนี้ ตลท.จะนำบล็อกเชนมาใช้ในงานนายฝ่ายทะเบียนเพื่อเกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด ด้านหนึ่งอาจช่วยบริษัทจดทะเบียน หรือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ในการลดต้นทุนและดำเนินงานที่สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันยังอำนวยความสะดวกการยืนยันตัวตนของผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน เพราะคุณสมบัติของบล็อกเชน คือ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น เพราะมีเรื่องการยืนยันตัวตนเข้ามา เช่น ส่วนงานการใช้สิทธิออกเสียง (โหวต) ของผู้ถือหุ้นในการประชุม หรือการมอบอำนาจผู้ถือหุ้น
"รินใจ ชาครพิพัฒน์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลท. กล่าวว่า ฝ่ายการตลาดได้เน้นการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพราะคนไทยใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าประชากรที่แท้จริง โดยเน้นความร่วมมือกับพันธมิตรที่นอกเหนือจาก บล.ด้วยการนำสื่อของ ตลท.ไปลงลิงค์กับหน่วยงานข่าวสารหรือเว็บไซต์ ซึ่งปีที่ผ่านมาได้เน้นเกี่ยวกับหุ้น ปีนี้จะเน้นเกี่ยวกับกองทุนรวมและการบริหารเงินส่วนบุคคล จากนั้นจะทยอยไปยังความรู้ด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารภาษี กองทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (รีท)
"ตลท.จะทำเองทั้งหมด ไม่ได้ ต้องสร้าง 'อี-คอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม' ร่วมกับพันธมิตรในการนำข้อมูลไปลงหรือกระจายไปยังช่องทางอื่น รวมถึงการให้ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้รู้เขียนบทความด้านการลงทุนและกระจายไปยังช่อง ทางทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ ตลท.ได้รู้ พฤติกรรมและความต้องการลงทุนแต่ละด้านอย่างแท้จริง และนำมาปรับใช้และสื่อสารให้ผู้ลงทุนได้ตรงจุดมากขึ้น" รินใจ กล่าว







