
จัด3.5หมื่นล้านแก้จน
ครม.ไฟเขียวจัดงบ 3.5 หมื่นล้าน จูงใจคนจนสมัครฝึกอาชีพเพิ่มวงเงินอีก 200 บาท ชูสิทธิประโยชน์ภาษีเอื้อเอกชนร่วมวง
ครม.ไฟเขียวจัดงบ 3.5 หมื่นล้าน จูงใจคนจนสมัครฝึกอาชีพเพิ่มวงเงินอีก 200 บาท ชูสิทธิประโยชน์ภาษีเอื้อเอกชนร่วมวง
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 ม.ค. 2561 ได้เห็นชอบมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือระยะที่ 2 แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 35,679.09 ล้านบาท หากเม็ดเงินทั้งหมดนี้เข้าสู่เศรษฐกิจจะมีผลต่อจีดีพี 0.06%
สำหรับงบประมาณแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 2,999 ล้านบาท 2.งบประมาณสำหรับโครงการเพื่อรองรับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต 6,774.4 ล้านบาท และงบประมาณสำหรับธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการดำเนินงาน 12,033 ล้านบาท รวม 18,807.4 ล้านบาท และ 3.งบประมาณสำหรับค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด 13,872.51 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ถือเป็นการ บูรณาการการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำจากกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบเบ็ดเสร็จกว่า 34 โครงการ จาก 13 หน่วยงาน โดยผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แสดงความประสงค์จะพัฒนาตนเอง จะได้รับวงเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 200 บาท สำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ส่วนผู้มีรายได้ 3 หมื่น-1 แสนบาท จะได้รับเพิ่มอีก 100 บาท/เดือน โดยจะเริ่มได้รับในเดือนถัดไปหลังจากแสดงความประสงค์ ขอใช้สิทธิได้ถึงเดือน ธ.ค. 2561
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการด้านภาษีจูงใจให้เอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน โดยนิติบุคคลที่จัดการฝึกทักษะฝีมือให้แก่ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือพิจารณาจ้างงานผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นกรณีพิเศษ ให้หักรายจ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า







