
กองทุนรวมดัชนี ทางเลือกที่ดีกว่า
ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูรบลจ.บางกอก แคปปิตอลสวัสดีปีใหม่ผู้อ่านคอลัมน์ I Wish You Wealth ทุกท่านครับ ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาเราได้มีการนำเสนอข้อคิดที่สำคัญในการลงทุนเพื่อการสั่งสมความมั่งคั่งระยะยาวที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูรบลจ.บางกอก แคปปิตอล
สวัสดีปีใหม่ผู้อ่านคอลัมน์ I Wish You Wealth ทุกท่านครับ ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาเราได้มีการนำเสนอข้อคิดที่สำคัญในการลงทุนเพื่อการสั่งสมความมั่งคั่งระยะยาวที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
ดังนั้น ผมจะขอเริ่มต้นปีใหม่นี้ด้วยการทบทวนข้อคิดเหล่านี้อย่างสั้นๆ และจะขอนำเสนอกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ได้มีการนำข้อคิดที่ดีเหล่านี้มาออกแบบกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะมากสำหรับการลงทุนระยะยาว
โดยกองทุนรวมที่ว่านี้ คือ กองทุนรวมดัชนีที่ใช้กลยุทธ์ เชิงรับในการลงทุน
ข้อคิดประการแรก ในการลงทุนระยะยาวที่เคยเล่าสู่กันฟังในตอนก่อน คือข้อเท็จจริงที่เงินฝากและสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่สามารถเพิ่มพูนความมั่งคั่งในระยะยาวได้ จะทำได้แค่เพียงการรักษาอำนาจซื้อของเงินหลังหักผลของเงินเฟ้อ
ส่วนสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นตราสารทุน นอกจากจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อได้ดีในระยะยาวแล้ว ความเสี่ยงที่จะขาดทุนอำนาจซื้อของเงินต้นจะลดน้อยลงตามระยะเวลาที่ลงทุน
ประการที่สอง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการลงทุน เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการขาย และค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นต้น เป็นปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาวเป็นอย่างมาก โดยที่นักลงทุนอาจคาดไม่ถึง
ยกตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายในการลงทุนปีละ 2.5% พอผ่านไป 30 ปี ค่าใช้จ่ายรวมทบต้นมากกว่าเงินต้นที่เราเริ่มลงทุนเสียอีก และอย่าลืมนะครับว่า การลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ หรือ เพื่อส่งต่อมรดกมีระยะเวลาการลงทุนเฉลี่ยหลายสิบปีจริงๆ
ประการที่สาม การกระจุกตัวของความเสี่ยงในการลงทุน ที่นำมาซึ่งความผันผวนของผลตอบแทนในการลงทุน ซึ่งในระยะยาวความผันผวนที่กล่าวมานี้ จะคอยลดทอนมูลค่าเงินลงทุนของเรา ลองคิดถึงเวลาที่เราขาดทุน 20% ในปีหนึ่ง เราต้องสร้างผลตอบแทนถึง 25% ในปีต่อมา เพื่อสร้างมูลค่าเงินลงทุนให้กลับเท่าเดิม
แต่ถ้าเราขาดทุนมากถึง 40% ในปีหนึ่งเราต้องทำกำไรกลับ 67% ถึงจะสามารถมาเท่าทุนได้
ดังนั้น การ กระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพควรเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการลงทุน การลงทุนที่มีโอกาสได้เสียมากไม่ควรถูกลงทุนในสัดส่วนที่สูงเกินไป
ประการต่อมา ผลตอบแทนของกองทุน โดยเฉลี่ยหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่สามารถเอาชนะดัชนีรวมการลงทุนได้ ในประเด็นนี้เราได้เล่าถึงแนวคิดทั้งในทางทฤษฎีและนำเสนอข้อมูลในอดีตว่ากองทุนหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในระยะยาวแพ้ดัชนีรวมหุ้นในแต่ละประเทศ ข้อเท็จจริงนี้ถูกนำเสนอกันอย่างกว้างขวางในต่างประเทศ แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลายนักในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในประเทศไทย
และประการสุดท้าย เราได้มีการนำเสนอข้อมูลในตอนที่แล้วว่า กองทุนที่สามารถเอาชนะดัชนีรวมของตลาดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง มีโอกาส พอๆ กันที่จะแพ้หรือชนะดัชนีในอนาคตได้
ดังนั้น การเลือกกองทุนที่ดี ต้องเข้าถึงตัวตนของผู้จัดการกองทุน รวมทั้งมีความเข้าใจในกลยุทธ์ที่ผู้จัดการกองทุนใช้ ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่จะทำได้ยาก
กองทุนรวมทั่วไปที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่ ผู้จัดการกองทุนจะใช้กลยุทธ์เชิงรุก ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเลือกหุ้นรายตัว การเลือกอุตสาหกรรม การจับจังหวะการซื้อขาย การถือเงินสด และการขายทำกำไร หรือหยุดการขาดทุน เป็นต้น โดยผู้จัดการกองทุนมุ่งหวังที่จะต้องเอาชนะตลาด ให้เกินค่าธรรมเนียมการจัดการที่กองทุนคิด ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยากจะเอาชนะได้ตามข้อคิดที่สรุปข้างต้น
ส่วนกองทุนรวมประเภทที่ผมจะนำเสนอวันนี้ เป็นกองทุนรวมที่ใช้กลยุทธ์เชิงรับที่จะลงทุนอย่างกระจายตัวตามดัชนีที่อ้างอิง เช่น ดัชนี SET100 โดย ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ จะลงทุนในหุ้นทุกตัวในดัชนี และเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายกองทุนให้ต่ำที่สุด รวมถึงการคิดค่าธรรมเนียมการจัดการที่ต่ำกว่ากองทุนเชิงรุกมาก นอกจากนี้ดัชนีส่วนใหญ่ที่กองทุนตามนี้จะเป็นดัชนีประเภท buy and hold ที่มีการปรับรายชื่อหุ้นไม่บ่อยนัก ทำให้ ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายต่ำ
ข้อดีทั้งหมดนี้ทำให้กองทุนเหล่านี้แทบจะไม่มีโอกาสแพ้ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนในอุตสาหกรรมในระยะยาว การลดความผันผวนที่จะชนะหรือแพ้ตลาดอย่างมากในแต่ละปี จะช่วยส่งผลให้กองทุนเชิงรับเหล่านี้มีผลการดำเนินงาน ที่ดีกว่าการที่นักลงทุนซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุนเชิงรุกตามผลตอบแทนในอดีต ที่เห็น
ดังนั้น นักลงทุนที่ไม่มีเวลาเลือกหุ้นรายตัว หรือไม่มีเวลาทำความเข้าใจในกลยุทธ์ของผู้จัดการกองทุนและทำการเลือกกองที่เหมาะสม สามารถใช้กองทุนดัชนีหุ้นเหล่านี้ในการสร้างความมั่งคั่งอย่างง่ายๆ โดยสบายใจได้ว่า ข้อคิดที่ดีในการลงทุนระยะยาวที่เราคุยกันมา ได้ถูกนำมาใช้ในการบริหารกองทุนดัชนีเหล่านี้
รายงานล่าสุดจากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้รายงานมูลค่าสินทรัพย์ที่บริหารผ่านกองทุนดัชนีทั่วโลกในปัจจุบันมีมูลค่าเกิน 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลยุทธ์การลงทุนเชิงรับตามดัชนีนี้คิดเป็นสัดส่วนเกิน 28% ของสินทรัพย์กองทุนในสหรัฐอเมริกา และ 5-15% ของสินทรัพย์กองทุนทั่วโลก
และที่สำคัญที่สุด มูดี้ส์คาดการณ์ว่าสินทรัพย์ที่บริหารผ่านกลยุทธ์นี้จะเกิน 50% ของสินทรัพย์กองทุนในสหรัฐ ภายใน 5-7 ปีข้างหน้า ดังนั้นนักลงทุนทุกท่านควรหันมาลองหาและศึกษากองทุนดัชนีเชิงรับกันครับ นอกจากจะเป็นการลงทุนที่ง่ายและถูกหลักการแล้ว เราจะได้ไม่ตกเทรนด์การลงทุนที่สำคัญที่สุดของโลกในขณะนี้ด้วยครับ
ข้อมูลอ้างอิง https://www.moodys.com/research/Moodys-Passive-investing-to-overtake-active-in-just-four-to--PR_361541







