
สวัสดีปีใหม่ คุณทิ้งอะไรไปบ้างหรือยัง?
ภาพหญิงสาวนั่งอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า
โดย ณศักต์ อัจจิมาธร
ภาพหญิงสาวนั่งอยู่ท่ามกลางกองเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า พร้อมยกสองมือขึ้นจับแก้มด้วยสีหน้าที่กระวนกระวายใจบนแผ่นกระดาษในลิฟต์ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความเชิญชวนให้ผู้อยู่อาศัยนำสิ่งของสภาพดีที่ไม่ได้ใช้แล้วมาบริจาคเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้ ทำให้ชายหนุ่มคิดถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
งานเลี้ยงหรูหราในโรงแรมแห่งหนึ่ง เจ้าภาพเชิญแขกมาร่วมนับพันเพื่อฉลองให้หนุ่มสาวที่จูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์
พ่อแม่ของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเป็น ผู้กว้างขวางในสังคม จึงมีแขกเหรื่อที่ได้รับการ์ดเชิญมาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง ตั้งแต่คนธรรมดาๆ ไปจนถึงบุคคลมีชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จักในสังคม
ชายหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ต่างชี้ชวนกันให้ดูบรรดาบุคคลที่มีชื่อเสียงที่กำลังเดินผ่านไปมา
บ้างก็วิจารณ์หน้าตา บ้างก็วิจารณ์เรื่องชุดที่คนเหล่านั้นสวมมางาน บ้างก็พยายามถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง โดยมีฉากหลังเป็นคนดังที่กำลังเดินผ่านก่อนจะอัพเดทสเตตัสบอกให้โลกรู้ผ่านสังคมออนไลน์
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธีแล้ว หัวข้อสนทนาของผู้คนรอบตัวชายหนุ่มดูเหมือนจะมีแต่เรื่องการผลัดกันเล่าเรื่องราวที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งบางอย่างในชีวิต
บางคนเล่าเรื่องราวทริปการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอันแสนโรแมนติกกับครอบครัว บางคนก็เล่าเรื่องความเก่งของลูกที่สอบแข่งขันได้อันดับหนึ่งมาครอง บางคนก็เล่าถึงหน้าที่การงานอันใหญ่โตของญาติพี่น้อง
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังฟังเรื่องราวไลฟ์สไตล์อันหรูหราของใครคนหนึ่งจนเริ่มนึกถึงหน้าตัวเองที่กำลังใช้ชีวิตเยี่ยงนั้นขึ้นมาในหัว เสียงทักทายของชายวัยเกษียณสองคนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ดึงให้ตื่นจากฝันในอากาศขึ้นมา
หนุ่มรุ่นใหญ่สองคนที่กำลังคุยกันอยู่ใกล้ชายหนุ่ม แต่งกายธรรมดาเมื่อเทียบกับผู้คนภายในงาน ทั้งสองสวมแค่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวสีเรียบ ต่างจากคนส่วนใหญ่ที่เดินผ่านไปมาที่สวมสูทโก้หรู
หลังทักทายถามไถ่ความเป็นไปในชีวิตกันอยู่ครู่ใหญ่ ชายคนหนึ่งก็ขอลากลับ อีกคนจึงถามขึ้นว่า "เอ้า ไม่อยู่ดูก่อนเหรอ เจ้าภาพยังไม่ขึ้นเวทีเลย คนดังเพียบเลยนะวันนี้"
ชายผู้ที่ขอลากลับจึงตอบว่า "แหม พี่ก็รู้ ผมไม่ยึดติดกับของแบบนี้ คนอื่นชอบสะสม ผมมันคนชอบทิ้ง อยู่ธรรมดานี่ล่ะสบายใจที่สุดแล้ว"
คำพูดสั้นๆ ของชายแปลกหน้าคนนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถูกฉุดขึ้นมาจากหลุม
บางทีเราก็มักทำให้ตัวเองต้องแบกรับน้ำหนักของหลายสิ่งหลายอย่างโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะน้ำหนักที่ชื่อว่า "ความอยาก" ที่ดูจะทำให้เราหลังแอ่นมากกว่าสิ่งอื่นใด
ความอยากต่อสิ่งต่างๆ ทำให้เราร้อนรุ่มโดยไม่รู้ตัว ยิ่งอยากมากก็ร้อนมาก กระวนกระวายใจอยู่ทุกเวลาคิดถึงแต่สิ่งที่อยากได้อยากมี
คืนนั้นชายหนุ่มกลับจากงานเลี้ยงด้วยหัวใจแช่มชื่น เขาลองทิ้งความอยากหลายๆ เรื่องออกไปจากชีวิต เริ่มตั้งแต่สิ่งของใหม่ๆ ที่คิดจะซื้อหามาใช้ ทั้งที่ของเดิมที่ใช้อยู่ก็ยังใช้ได้ดีเพียงแต่มันอาจจะไม่ใช่รุ่นใหม่ล่าสุด
เขาตั้งใจว่า เป้าหมายสำคัญในห้วงเวลาตลอดปีใหม่นี้คือการต่อสู้กับตัวเองเพื่อพยายามทิ้งความอยากให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
จริงๆ แล้วคนเราอาจไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และไม่คิดอยากมีอยากได้ในสิ่งที่เกินตัว หรือสิ่งที่ทำให้ตัวเองต้องร้อนใจมากจนเกินไป
เพราะสุดท้ายสิ่งต่างๆ ที่ได้มาครอบครองก็เพียงแต่ทำให้รู้สึกสุขใจแค่ชั่วคราว และความอยากก็จะทำให้เราร้อนใจขึ้นใหม่อีกครั้ง แต่หากพอใจในสิ่งที่มีอยู่ เมื่อนั้นความสุขก็จะอยู่อย่างยั่งยืน







