
ในวาระขึ้นปีที่สี่ของรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557
ไชยันต์ ไชยพรในระยะยาวรัฐประหารในฐานะที่เป็นทางออกจากวิกฤตการเมืองย่อมจะไม่ใช่หนทางที่มั่นคงเข้มแข็งและยั่งยืน เพราะรัฐประหารย่อมสร้างความไม่พอใจต่อฝ่ายที่สูญเสียอำนาจ อีกทั้งกระแสตื่นตัวทางการเมืองที่จะไม่ยอมรับรัฐประหารอย่างง่ายดายอีกต่อไป รัฐประหารเป็นการแก้ปัญหาโดยใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าบังคับ มากกว่าจะเป็นการใช้กติกากลไกที่เป็นที่ยอมรับโดยสมัครใจ ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงน่าเชื่อถือต่อกองทัพและสถาบันสูงสุดหากสังคมไทยไม่สามารถพัฒนากลไกการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่เป็นที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
ไชยันต์ ไชยพร
ในระยะยาวรัฐประหารในฐานะที่เป็นทางออกจากวิกฤตการเมืองย่อมจะไม่ใช่หนทางที่มั่นคงเข้มแข็งและยั่งยืน เพราะรัฐประหารย่อมสร้างความไม่พอใจต่อฝ่ายที่สูญเสียอำนาจ อีกทั้งกระแสตื่นตัวทางการเมืองที่จะไม่ยอมรับรัฐประหารอย่างง่ายดายอีกต่อไป รัฐประหารเป็นการแก้ปัญหาโดยใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าบังคับ มากกว่าจะเป็นการใช้กติกากลไกที่เป็นที่ยอมรับโดยสมัครใจ ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงน่าเชื่อถือต่อกองทัพและสถาบันสูงสุดหากสังคมไทยไม่สามารถพัฒนากลไกการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่เป็นที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
Juan Linz ได้กล่าวไว้ว่า หากไม่สามารถสร้างความยอมรับยึดมั่นในกติกาหรือหลักการร่วมกัน อันได้แก่ นัยความหมายของระบอบการปกครองและรัฐธรรมนูญ ในแง่นี้เมื่อถึงเวลาที่เกิดวิกฤตความชอบธรรมขึ้นในสังคมการเมือง ความผุเสื่อมของรัฐอาจจะเคลื่อนตัวไปจนถึงการเป็นรัฐล้มเหลวหรือล่มสลาย ทางออกก็อาจต้องลงเอยด้วยสงครามกลางเมือง แต่ในอีกมุมหนึ่ง Charles T. Call เห็นว่าสงครามสามารถเป็นกลจักรขับเคลื่อนที่นำไปสู่การก่อตัวกลับคืนมาของรัฐได้ด้วย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่เมื่อถึงสถานการณ์เช่นนั้น ประเทศไทยย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแทรกแซงจากมหาอำนาจฝ่ายต่างๆ ดังเช่นที่เกิดขึ้นในยูเครน ซีเรีย ฯลฯ และก็อาจจะมองไม่เห็นอนาคตว่าเมื่อไรที่จะเกิดสันติภาพและรัฐกลับคืนสู่สภาวะปกติได้
กล่าวโดยสรุปได้ว่า รัฐประหารครั้งนี้มีส่วนที่เข้าข่ายและไม่เข้าข่าย Democratic Coup d'etat (รัฐประหารที่นำไปสู่ประชาธิปไตย) ตามทฤษฎีของ Ozan Varol เพราะตามกรอบของ Varol ประเทศที่เขาศึกษาอันได้แก่ ตุรกี โปรตุเกส และอียิปต์ เป็นประเทศที่ปกครองโดยไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และตัวแบบสามประเทศของ Varol เป็นตัวแบบที่ไม่ได้มีปัญหาทางสองแพร่งที่พลังมวลชนก้ำกึ่งไม่มีฝ่ายใดมีพลังเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนเหมือนอย่างในกรณีของไทยในปี 2557
เป็นไปได้ว่ากรณีศึกษาของ Varol มิได้มีปัญหาซับซ้อนในแบบก้ำกึ่งพลังมวลชนเหมือนในกรณีของไทย และรวมถึงสภาวะของการเป็นรัฐผุเสื่อมที่พร้อมจะเคลื่อนตัวไปสู่รัฐล้มเหลว-รัฐล่มสลายได้ในที่สุด ซึ่ง Varol อาจมิได้ให้ความสนใจต่อแนวคิดเรื่องรัฐล้มเหลวนี้เหมือนนักรัฐศาสตร์-สังคมวิทยา โดย Varol ให้ความสำคัญต่อกระบวนการสถาปนาและพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญและเน้นไปที่บทบาทของทหารในการประคับประคองเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งเราจะพบว่าในกรณีของอียิปต์ แม้ว่า Varol จะประเมินว่า รัฐประหารปี ค.ศ. 2011 เป็นรัฐประหารที่นำไปสู่ประชาธิปไตย แต่หลังจากมีการเลือกตั้งสภาและประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 2012 ที่ Varol ตัดสินว่าเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม การเมืองอียิปต์ได้กลับเข้าสู่วิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง และทหารได้เข้าแทรกแซงทางการเมืองอีก แต่ในครั้งนี้ Varol เห็นว่าไม่ใช่รัฐประหารที่เข้าข่าย Democratic Coup d'etat โดยเขาเห็นว่าทหารควรรอให้สถานการณ์งวดกว่านี้ การที่อียิปต์เกิดรัฐประหารสองครั้งภายในช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปี บ่งชี้ให้เห็นถึงความผิวเผินและข้อจำกัดของกรอบทฤษฎี Democratic Coup d'etat ของเขาที่ตัดสินว่าการทำรัฐประหารของอียิปต์ปี ค.ศ. 2011 เป็นรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จในการนำไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนได้ แต่ถ้าตัดสินเพียงว่า รัฐประหารนั้นได้นำไปสู่การเลือกตั้งภายในระยะเวลา 1-2 ปี โดยไม่สนใจว่าหลังจากนั้นสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ขอเพียงคณะผู้นำกองทัพที่ทำรัฐประหารไม่ได้พยายามที่จะครองอำนาจต่อเนื่องยาวนาน ถ้าพิจารณาเพียงนี้ ทฤษฎี Democratic Coup d'etat ของ Varol ก็ไม่มีปัญหาอะไร
จากข้างต้น กล่าวได้ว่ารัฐประหารครั้งนี้ของไทยมีความแตกต่างจากกรณีศึกษาของ Varol ด้วยมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว เป้าหมายหลักของการทำรัฐประหารของไทยจึงไม่ได้มุ่งไปที่การนำไปสู่ประชาธิปไตยเป็นเบื้องแรก แต่เน้นไปที่การรักษารัฐไม่ให้เคลื่อนตัวลงสู่ความผุเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นรัฐล้มเหลวและล่มสลายภายใต้สภาวะสงครามกลางเมือง โดยควบคู่ไปกับการพิทักษ์รักษาสถาบันสูงสุด ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมใจยามเกิดวิกฤตแตกแยกรุนแรงในสังคมไทย ภารกิจสำคัญของกองทัพคือการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองและมีสถานะที่เป็นศูนย์รวมใจของคนในชาติ ความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์จะส่งผลให้เกิดเอกภาพภายในกองทัพด้วย
ส่วนภารกิจที่ตามมาคือ การดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ แต่รัฐประหาร คสช. จะต้องนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยและบังคับใช้กฎหมายโดยทั่วไปได้ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมผ่านการสถาปนารัฐธรรมนูญที่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย มิฉะนั้นแล้วการเมืองไทยก็จะกลับเข้าสู่วังวนของความขัดแย้งนี้อีกอย่างปฏิเสธไม่ได้ อย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และอย่างที่บทความ "The Failed States Index", The Fund for Peace and the Carnegie Endowment for International Peace, Foreign Policy 149 (Jul.-Aug., 2005) : 65 ได้กล่าวปิดท้ายบทความว่า การให้มีเลือกตั้งที่เร็วเกินไปอาจจะทำให้ระบอบที่สถาปนาขึ้นใหม่เปราะบางจากการที่แต่ละฝักฝ่ายพยายามทุกวิถีทางที่จะแย่งชิงอำนาจทางการเมืองกัน กระนั้นการเลือกตั้งที่ช้าเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อรัฐบาลทหารได้เช่นกัน
แต่คำถามคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าในกรณีของไทยขณะนี้ แค่ไหนคือเร็วหรือช้าเกินไป?
ขณะเดียวกัน ทางสองแพร่งที่กองทัพต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ก็คือ การประคับประคองให้สถานการณ์ดำเนินไปได้อย่างสมดุลระหว่างการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการฟื้นฟูสิทธิเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย และจัดให้มีการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมในจังหวะเวลาอันเหมาะสม หรือมิฉะนั้นก็ต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างการเลือกสนับสนุนผู้นำกองทัพที่เกษียณไปแล้วแต่ยังกุมอำนาจทางการเมืองอยู่ แต่ล้มเหลวในการบริหารราชการ กับการเลือกผลประโยชน์ของกองทัพโดยทำรัฐประหารซ้อนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
คงต้องปิดท้ายด้วยคำอำนวยพรที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้ให้ไว้ : "ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว แต่ถ้าเราแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชนชาวไทย กองหนุนก็จะมาเอง ขอให้ดำรงความมุ่งหมายเพื่อเติมกองหนุนมากขึ้นให้ได้ ผมเชื่อว่าตู่ทำได้ พวกเราทุกคนก็ทำได้ ...โอกาสวันปีใหม่นี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรามุ่งมั่นปรารถนา ขอให้ประสบความสำเร็จ ประเทศชาติจะได้ความสุขไปด้วย และขอให้ตู่มีความสำเร็จนำบ้านเมืองมอบความสุขให้คนไทยให้จงได้นะตู่นะ ขอบคุณมาก"
พล.อ.ประยุทธ์ จะแสดงให้ "กองหนุน" ประจักษ์ถึง "ความปรารถนาดี" ที่ว่านี้อย่างไร? n







